24/2/59

ปลดปล่อย..ชีวิต





              เริ่มมีน้ำเต็มบ่อหลังฝนแรก  ว่างๆไปเดินตลาดเจอ  เต่า , กบ , ปลาดุก ,  ปลาช่อน เลยขอซื้อแม่ค้าเอามาปล่อยในบ่อเราซะ!  รุ่งเช้ากะว่าจะเอาอาหารมาให้ซะหน่อย..หลบหนีกันไปหมดซะแล้วหนอ..ธรรมชาติ !
คงรีบไปจับจองที่ดินทำกินกัน...แล้วเจอกันวันหน้า












ต่อไปก็ปล่อยไก่ไข่เข้าเล้า  หาซื้อไก่ไข่จำนวนแค่ 20 ตัวหายากมาก ต้องหาจากฟาร์มไก่แถวๆบ้านให้เค้าจัดส่งด้วย ตามสเปคเพราะไม่เคยเลี้ยงไก่เลย แค่อ่านตามเน็ต..ก็งงๆแล้ว เอาเป็นว่าเอาไก่รุ่นเลยพร้อมไข่ทันที  จะได้แข็งแรงหน่อย  หาซื้ออาหารเม็ดง่ายหน่อย 
 ( ช่วงทดลอง ) 
ในที่สุดก็ได้ไก่มาจากฟาร์มแถวพระพุทธบาท สระบุรี  แถมมีห่านให้อีกคู่ด้วย...เยี่ยมยอด


ความผิดพลาด ! 

วันนึงไปเดินสวนเห็นไก่แจ้ญี่ปุ่นน่ารักดี ก็ซื้อมาปล่อย 3 ตัวตามแฟชั่น...จำได้ว่าตัวละเป็นพันนะ...สุดท้ายก็จากไปโดยไม่ทราบสาเหตุ...ว่ากันว่าซื้อไก่ที่สวนมีสิทธิ์ติดโรคมาก ? สงสารมัน และรู้สึกผิดมาก (ไม่ได้เสียดายเงินนะ)

ตอนแรกกะจะเลี้ยง  เต่าทะเลทราย , เป็ดแมนดาริน , ม้าแคระ  แนวไฮโซ  ฯลฯ. เชื่อคนง่ายจริง !...
ลืมตัวไปหน่อย...ตั้งเป้ากะว่าจะหัดปลูกพืชแท้ๆ...เผลอใจคิดจะไปเปิดสวนสัตว์ ซะแล้ว ( เกือบไปแล้ว )

หลังจากนั้น...คิดใหม่ ทำใหม่...

สัญญาว่าจะไม่ซื้อสัตว์เลี้ยงสวยงามแล้ว...ถ้าจะซื้อสัตว์เลี้ยงอีกก็เอาแบบที่ชาวบ้านเค้าเลี้ยงกันแถวนี้แหละ...พอแล้ว...เค้าน่าจะแข็งแรงและปรับตัวได้เร์วกว่า...ดูแลง่ายกว่า!  เพราะคงเลี้ยงเค้าแบบปล่อยอิสระตามธรรมชาติจะดีกว่า  แล้วต้องทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วย ( ดูอย่างไก่ไข่เป็นตัวอย่าง )
ไม่เอาแต่สวยอย่างเดียว...อยู่บ้านนอก...สวยตามธรรมชาติ...ไม่ต้องปรุงแต่งมาก!
สวยโดดเด่น...ไม่ถึงเดือน...เสร็จไอ้โจรป่าแน่ +

ธัมใจ 1 ความสมบูรณ์แบบ

บทสรุป 1 : ธัมใจ "คุณภาพที่พอเพียง"






งานต่างจังหวัด บ้านหลังเล็กๆ งบน้อย ขนาดว่าเตรียมแผนผลิตมาอย่างดีแล้ว ก็ยังไม่จบง่ายๆ
การคาดหวัง , ความสมบุรณ์แบบ  , ธุรกิจ ,
ความเครียด , ความเคยชิน , ความกดดัน  ฯลฯ
มีอยู่ในหัวทุกๆวัน...แต่แกล้งลืมมันไปซะ!
ก้มหน้าก้มตาทำงานไปบ้าง . กิน , เที่ยว , ซื้อของ ฯลฯ ( เดี๋ยวก็ลืมเอง+บางทีหมดเบียร์ไปเป็นโหล )

เพื่อจะขจัดความทุกข์นั้นๆ เพื่อให้ได้งานที่สมบูรณ์แบบ!  มันช่างสุดยอดการเอาตัวรอด "วิถีคนเมืองจริงๆ"  แต่งานนี้บ้านก็บ้านเรา , ช่างก็เพื่อนกันบ้าง , หาแถวๆนี้บ้าง และก็ไม่ได้ต้องไปทะเลาะกับลูกค้าคนไหน , เงินก็เงินเรา " ถ้าไม่หยุด...งบบานไปเรื่อย "

" น้อยไว้ ๆ , พอเพียงเพียงพอ , พุทโธๆ " ...คาถาเดิม

" หยุด ...เราจะหยุดแล้วละ ! " 

คิดได้แล้ว เรามาทำความเข้าใจในความจริงที่เกิดนี้ดีกว่า

  1. บ้านหลังนี้ แค่บ้านไร่เป็นที่พักพิง , ที่ทดลองใช้ชีวิตทำการเกษตร ไม่ใช้ "บ้านหลังที่ 2 "
  2. ความสมบูรณ์แบบแค่นี้ก็พอเพียงแล้ว อยู่ไปมีปัญหาอะไรๆ...ให้มันผ่าน ร้อน หนาว ฝน ก่อนแล้วค่อยแก้ไข
  3. บ้านก็ไม่ได้มีไว้อวดใคร,ให้ใครเช่าถ่ายหนัง หรือ ถ่ายลงหนังสือใดๆ มันเป็นสไตล์บ้านแนวความคิดสวนทางชาวบ้านเรียกว่า "การออกแบบบ้านที่ไม่เชื้อเชิญใคร" ( คิดได้ไง ? )
  4. ช่างไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดหรอก...ทำได้แค่นี้ก็เก่งแล้ว...งานลองผิดลองถูกเป็นแบบแหละ +
  5. ความสมบูรณ์แบบ ไม่มีจริงๆหรอก  เสน่ห์งานอยู่ความไม่สมบูรณ์แบบต่างหาก...ตำหนิเล็กๆน้อยๆ ดูแล้วมันมีที่มาและหมายเหตุในตัวมันเอง "เราเองเท่านั้นที่รู้แหละ !"

 ธัมใจได้...จบด้วยความเข้าใจและตวามสุขโดยแท้...คิดว้าบ้านทดลองหลังนี้เป็นมิวเซียมของเรา,เก็บความผิดพลาดไว้ดูเล่นทุกวัน...แล้วมันก็ฉลาดขึ้นเองแหละ...ไม่โกรธ , ไม่เกลียด , ไม่แก้ไขใดๆ และยังมีมุมมองที่ดีดีกับช่างทุกคน 

" ถ้าไม่มีช่างสิมหมู่ก๋วนนี้นะ...บ้านหลังนี้ไม่มีทางเสร็จหรอก "
"ขอบคุณทุกๆคน ที่ลุยกันจนสำเร็จ"
"สุดท้าย...สรุปปัญหาทุกสิ่งเราเป็นสร้างขึ้นมาเองในใจแท้ๆ  จะแก้ก็ง่าย  แก้ไขคว่ามคิดเราเองดีกว่า"

พอเป็นพอ!

หนาวแล้ว สิ้นปี 2556

บ้านไม่เสร็จสิ้นสักที...ตามสไตล์การก่อสร้างแบบไทยๆ

แต่เราก็ไม่ควรพลาดบรรยากาศหนาวนี้นะ  อยู่กับช่างที่แหละ...ไม่งั้นไม่จบแน่สิ้นปีนี้
เลยตัดสินย้ายเข้ามาอยู่เลย ...อะไรบ้างที่ยังขาดเหลือ ?

- งานเก็บทั่วไป เก็บได้ทุกวัน... ไม่สิ้นสุด , เก็บงานไม้-ไปโดนงานปูน-เก็บงานปูน-ไปโดนงานสี-ไปงานสี   กลับไปโดนงานไม้ หมุนเวียนอยู่ใน " วัฏสงสาร " นี้
- งานเฟอร์นิเจอร์...ตอนนี้ก็เสื่อผืนหมอนใบไปก็แล้วกัน...ถ้าไม่มีน้ำก็ไปอาศัยโรงแรมแถวๆนี้ได้
- งานปลูกต้นไม้  ก็อยูไปค่อยๆทำไป
- งานขนย้ายสัตว์ต่างๆ ปล่อยหมู หมา ปลา ไก่ ฯลฯ ทำนองนี้
- ติดต่อคนสวนเฝ้าบ้าน

" เหลือพอประมาณเลย " 


พาโน360 "ที่รอคอย"

ชานบ้านและระเบียงบ้านแบบไทยๆ

มองออกไปวันแรกๆ ชวนให้คิดจริงๆ  

"มันช่างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจริงๆ บ้านเรา..ทั้งๆพื้นที่ที่ซื้อ..มีอยู่แค่หยิบมือ"
"ไม่มีหลังคาบ้านใครเลยหรือ...แถวนี้"
"ถ้าเป็นไรไป...แจ้ง191 เค้าจะมาถูกไหมเนี้ย"
"เสือ สิงห์ กระทิง แรด ไปอยู่ไหนกันหมด "
"กลางคืนมันจะเป็นไงเนี่ย" สงสัยอยู่แถวนี้ได้เจอ UFO แน่ๆสักคืนใดคืนหนึ่ง

เค้าเรียกว่า "ภาวะจิตฟุ้งซ่าน"  เพื่อนบอกมา  "อยู่ไปก็ชินไปเองแหละ"

"คืนละกั๊ก ไม่ต้องถึงแบน ก็หลับสบายแล้ว"  เค้าแนะนำ

แต่ยังไงซะแนวความคิดชานบ้านกว้างๆ ระเบียงพาโน 360องศา น่าจะมาถูกทางแล้วละ





20/2/59

อยากสวยหล่อ...ต้องผัก

ผัก..ขาดไม่ได้
" ไม่เคยชอบทานผักเลย..วงจรชีวิตเปลี่ยนเมื่อใดกัน " 
   พยายามคิดว่า ตกหลุมรักเค้าตั้งแต่เมื่อใรกัน ?"
คาดว่าเมื่อสมัยเรียนอุดมศึกษา..แบบว่า เริ่มหัดทานของมึนเมา เข้าร้านลาบอีสาน..แซ็บกันหลายๆ
กับเพื่อนเป็นประจำ...แล้วท้ายสุดร้านปิด...แบบว่ายื้อไม่กลับ..ขอนั่งต่อ...ครัวปิด...ก็เลยเริ่มหัดทานผักแกล้มเหล้ามั๊ง !   

แก่แล้วนะ..จำอะไรได้ไม่แม่นยำเหมือนเดิม..เอาว่าเพิ่งได้ยินว่าแก่แล้วควรจะทานแต่ 
" ผัก กับ ปลา " ให้มาก  ทำฟาร์มผักเล็กๆ ก็แล้วกัน ( บ่อน้ำมีแล้วเดี๋ยวปลาก็มา ) , เอาเลย ! 
ยังไงๆ ลูกสมุน กระต่าย , เป็ด ,ห่าน , ปลา...เค้าจัดการที่เหลือให้...ไม่เสียของหรอก ! 

" คิดจะทำอะไร..ก็อย่าสร้างขยะ...ปัญหาให้คนรอบข้างก็แล้วกัน "
คติประจำใจ


คอกผักโดนใจ
" ใช้ไม้ที่เหลือจากงานก่อสร้างบ้านมาทำต่อ "



















































เทคนิคพิเศษ :
วิธีง่ายๆที่จะฝังเสาไม้ยูคาโดยไม่ต้องขุดหลุมเทปูน...เพื่อรักษาเนื้อไม้ไม่ให้ผุ ?

เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง  ย้ายแปลงผักนี้ในอนาคต  ก็เลยไม่อยากทำอะไรๆที่ถาวร
นัก   เกลียดตอนรื้อถอนแท่งปูนในอนาคต ...เลยใช้วิธีห่อถุงขยะดำที่โคนเสาแทน 
เพื่อๆไม่ให้โคนเสาโดนอากาศและน้ำ  จะยึดอายุเสาไม้จากความชิ้นและปลวกได้นานขึ้น...ลองทำดูแต่...ถ้าเสาไม้บ้านใครปลวกขึ้นเยอะ! เอาไปทำบุฟเฟต์ให้ไก่ไข่เลย...Happy  ถ้วนหน้า!

บางทีการมีปลวกก็ไม่เลวนัก ถ้าไม่อยู่ใกล้บริเวณบ้านนะ...หน้าฝนได้ทั้ง แมงเม่า ( ชาวบ้านนิยมมาคั่วทาน...ลองแล้วละ!  คลุกเกลือนิดหน่อย เยี่ยม..โปรตีนล้วนๆ ) โดยเฉพาะแถวบ้านเค้าเรียก
แมงเม่ายักษ์  ตัวใหญ่กว่าแมงเม่ากรุงเทพฯเกือบสี่เท่า

ส่วนปลายฝนต้นหนาว...ถ้าไม่เอาไปคั่วทานหมด...เก็บไว้บ้าง...บริเวณแถวๆจอมปลวก ก็จะเกิด
เห็ดปลวก ภาษาชาวบ้าน  หรือ ( เห็ดโคน ) นั่นเอง..
.
ราคาแพงมาก และรสชาดดี...มีแค่ปีละครั้งนะ!

" คอกไก่ " ออแกนิค

ไก่ไข่..ไข่ออแกนิค?

บังเอิญมีตู้เหล็กเหลืออยู่ใบนึง...เอามาปรับรีไซเคิลใหม่  อ่านตำราฝรั่งบ้าง...ไทยบ้าง
สรุปว่าจะทำคอกเลี้ยงไก่ไข่สัก 20 ตัว...สำหรับไก่ไข่  เราคงมีไข่กินวันละ 15-20 ฟองเลยนะ! เยี่ยม !
ปรับแบบ...ทำเลย...หมู ๆ   อย่างว่าทำเสร็จแล้วไก่มันคงไม่มีปัญญา comment + complain 
เราเหมือนมนุษย์ช่างคิดหรอก


แบบฝรั่งมืออาชีพคิดละเอียดจริง สวยงามแท้

อ่านไปศึกษาไป   พร้อมกับแบบไทยๆแบบพอเพียง  คงต้องปรับหลายจุด..สรุปสั้นๆได้ว่า

1. เมืองร้อน..ต้องระบายอากาศได้ดีมาก , ลมโกรก แต่ต้องกันฝน และ ลมพายุได้ด้วย
    (อากาศยิ่งร้อนเชื้อโรคยิ่งเยอะ )
2. ต้องมีพื้นที่ให้ ไก่วิ่งเล่น เข้าฟิตเนสทุกวัน
3. กรงต้องแข็งแรงและปลอดภัย พูดง่าย กัน งูเหลือม , ตะกวด , หมา , ช่างก่อสร้าง หรือใครก็ตามเข้าใกล้ (อาจต้องสแกนม่านตา) หวงมาก 555
4. ต้องดูแลทำความสะอาด และให้อาหารง่าย...ตลอดจนการเก็บไข่ด้วยนะ


เสร็จแล้ว ! ประมาณนี้...คอกไก่ไข่ ออแกนิค สไตล์ " รีไซเคิล "




หมายเหตุ : 
1. ทำได้ไม่เหมือนแนว " พอเพียง " ซะทีเดียว..เพราะคอกไก่ไม่ได้ลอยเหนือน้ำ และ ปล่อยให้ขี้ไก่ลงน้ำให้ป..ปลากิน  แต่เดี๋ยวเราจะเอาผ้าใบไว้ใต้กรงก็แล้วกัน   แล้วค่อยโกยลงน้ำให้ปลากินแทนนะ!
2. รอฝนแรก!  บ่อแห้งเชียวนะ..ความรู้สึกเหมือนเพลง " ข้าวคอยฝน " เลย










สุ่ม4 สุ่ม5...ทำสวนนะ

ต้นไม้ใหญ่...จัดลงเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์
ที่เหลือก็รอฝนแรกแล้วละ

สุ่มคิด...กะว่าจะลองผิดลองถูกไปก่อนปีแรก...ดังนั้น...อย่าไปทำอะไรๆที่สิ้นเปลืองเลย
" ไม่เอาสวนสวยเนี๊ยบ..สไตล์คนกรุงนั้น..ต้องดูแลเอาใจใส่มาก  ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างไม่ได้เลย "


สุ่มแบ่งโซนเลียนแบบฟาร์มพอเพียงของชาวบ้าน 

1. พืชผัก-ผลไม้ทุกชนิด  ต้องทานได้หมด  และมีประโยชน์ต่อทุกๆชีวิตที่นี่ด้วย ! และจะต้องปลูกสไตล์ออแกนิคด้วย

" ชอบแนวคิด..สร้าง Supermarket ไว้ให้ลูกหลาน "

ไม่รู้ไปจำมาจากไหน?  ใครพูด?  ใครเคยได้ยิน..ช่วยบอกด้วย...สุดยอด - คิดได้ไง ?

แล้วก็คำว่า  " รั้วกินได้ "  คิดคำได้สร้างสรรค์จริง...สุดยอดแรงบันดาลใจ...ขอบคุณมากตรับ

2. ไม่ต้องดูแลมาก   เอาแบบทนทานสุดๆ   ถ้าเค้าจะรกก็รกไป..ยิ่งรกยิ่งสวย   เป็นธรรมชาตินะ
งูเงี้ยวเขี้ยวขอ   ไม่กลัวหรอก  ทางใครทางมัน   ( พูดไปงั้นๆแหละ..ทำเป็น  cool..ที่จริง..ก็รู้ๆกันอยู่  )

3. หาซื้อ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ใกล้ๆแถวนี้แหละ    แสดงว่าเค้าปรับตัวได้แล้ว...โง่ๆอย่างเรา....ยังไงก็น่า
ปลูกขี้นแน่!...(หวังล้มๆ-แล้งๆ )

4. สำหรับไม้ผลยืนต้น...ค่อยๆ เลือกดีๆ..แล้วกันนะ  ใช้เวลาหน่อย !

บางทีวัชพืชก็สวยดีนะ...WHY NOT 7-11 ? Good Idea ! เทคนิคขับรถรอบๆบ้านรัศมึ  10 กิโล.  คิดซะว่าขับรถเที่ยว   ชอบต้นไหนตามริมถนน  ก็ขอเจ้าของที่เลยแต่อย่าลืมเอา จอบ , เสียม กับคนสวนไปด้วยหน่า ! ทำมาแล้วละ..คนต่างจังหวัดใจกว้างดั่งอ่างเก็บน้ำเลยแหละ

ผังแบบดิบๆสุกๆ ...ดูๆแล้วลงทุนพอไหว



พลังแห่งธรรมชาติ

พายุฤดูร้อน 20 มีนาคม 2557

ไม่มีวี่แววใดๆมาก่อน  ท่ามกลางอากาศที่ร้อนสุดๆ  บ่อน้ำก็ยังไม่มีน้ำเลย...รอหน้าฝนนี้แหละ!  ยังดีที่ยังพอมีน้ำบาดาลใช้  ยังไงก็คงต้องประหยัดน้ำให้มากที่สุด  สงสารต้นไม้ที่เพิ่งเริ่มลง...ยังไม่ทันไรอาการเริ่มออกแล้ว

ช่วงหัวค่ำ..เริ่มรู้สึกชื้นๆ...แต่อบไปด้วยความร้อนเหมือนอยู่ในเซาว์น่า อยู่ดีดี...ลมก็แรง และแรงขึ้น ตามลำดับ...พายุฝนเข้า...ตามด้วยลูกเห็บ ขนาดเท่าลูกกอล์ฟอีกนับพัน...อยู่นานเกือบชั่วโมง
ช่างทุกคนหนีเข้าไต้ถุนบ้านกันหมดเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน














             เช้าตรู่...ออกสำรวจความเสียหาย...กระเบื้องมุ้งหลังคาหลายแผ่นหลุดลอยไปไกล  บางแผ่นไปไกลกว่า 400 เมตร  แต่ที่แปลกรัศมีที่เกิดพายุลูกเห็บเป็นช่วงแคบๆ รัศมีไม่เกินกิโล ถามชาวบ้านละแวกนั้น...บางคนไม่เจอพายุเลย...แปลกมาก  มันคงขึ้นกับอุณหภูมิที่พื้นผิวดิน และ อุณหภูมิโดยรอบที่มีความแตกต่างกันมาก เพราะแถวนี้ไม่มีต้นไมใหญ่เลย และดินก็แห้งมาก


เรื่องราวพายุฤดูร้อน

พายุฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนหรือเรียกว่าพายุฤดูร้อนจะเกิดขึ้นในช่วง เดือนเมษายนหรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน  ขณะที่อุณหภูมิในภาคต่างๆเริ่มสูงขึ้น   เนื่องจากแกนของโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร   ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวและชื้นในภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตอนบนของภาคกลาง 

อากาศที่อยู่ใกล้ผิวพื้นจะมีอุณหภูมิสูง ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดมา จากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ในระยะนี้ถ้ามีลมเหนือ (อากาศเย็น) พัดลงมาจากประเทศจีนคราวใดจะทำให้อากาศสองกระแสกระทบกัน ทำให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน 

เป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรงและรวดเร็ว มีฟ้าแลบ (Lightning) ฟ้าร้อง (Thunder) และฟ้าผ่ารวมอยู่ด้วย นอกจากนี้มักจะมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเกิดขึ้น บางครั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองนี้เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นมีน้อยครั้งที่เกิด ขึ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง

โดย ทั่วไป พายุฤดูร้อนนี้มักเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

เนื่องจากการแผ่ลิ่มของความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมาบริเวณภาคเหนือและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและชื้น มีการยกตัวของมวลอากาศอยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อมีอากาศเย็นจากบริเวณความกดอากาศสูงซึ่งมีลักษณะจมตัวลงและมี อุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้มวลอากาศร้อนยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นก็จะเจริญขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอุณหภูมิยอดเมฆต่ำกว่า -60 ถึง 80 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิดลูกเห็บตกได้






19/2/59

ผังชีวิต " ต้นไม้ "

                                                                                                                                                                         ปลูกต้นไม้ - เลี้ยงคน - เลี้ยงสัตว์ 

เริ่มจากการวางผังชีวิตให้กับ "บ้านไร่พอเพียง"

หมายถึงการสร้างระบบออแกนิคจากรากฐาน ตั้งแต่การปลูกต้นไม้ใหญ่ไปจนถึงต้นหญ้า 
พืชยืนต้นไปจนถึงพืชล้มลุก , สัตว์ใหญ่ไปจนถึงสัตว์เล็ก...ซึ่งทุกชีวิตจะต้องดำรงอยู่ร่วมกัน...พึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างสมดุลย์

โดยมีมนุษย์เป็นผู้จัดการ...และพยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ " ออแกนิค " นี้ด้วย

จากปัญหาเรื่องร่มเงา สิ่งแรกที่ต้องการคือ ต้นไม้ที่มีลำต้นสูงใหญ่และมีทรงพุ่มที่กว้าง
และเนื่องจากด้านทางเข้าเป็นทิศใต้..สรุปว่าเลือก ต้นปีบ และ ต้นแคนา ที่มีลำต้นสูงพอให้ลมทางทิศใต้ผ่านตัวอาคารได้ในหน้าร้อน  สำหรับต้นแคนามีหน้าที่บังแดด และ ฝนที่จะสาดเข้าทางห้องครัวชั้น2




ด้านทางทิศเหนือ   ซึ่งดูเหมือนด้านหน้าอาคารมากกว่า ( บ้านนี้หลังบ้านเป็นทางเข้าหลัก ! ) 
บริเวณชานระเบียง ชั้น 2...ต้องการต้นไม้หลักที่ใหญ่มาก   อยากให้คลุมพื้นที่ระเบียงให้มากที่สุด 
โดยเลือก  ต้นจัน..1 ต้น ( คิดว่าน่าจะเอาอยู่ )

ส่วนด้านข้าง...ทิศตะวันออก  ลงต้นแคนาสัก 2 ต้น เพื่อบังแดดและฝน  ด้านห้องนอนใหญ่ชั้น 2 


























           สาระ - หวังว่าลูกจันจะให้กลิ่นหอมทั่วบ้าน และ คอกแคนา มีรสชาดดีกว่าที่กรุงเทพๆ 
              ถึงยังไง+ ยังมีเป็ด  ห่าน  กระต่าย  รออยู่..ซึ่งคงไม่ขี้บ่นเหมือนมนุษย์
              ก้านธูปฤาษี...มีอยู่แล้วรอบๆบ่อน้ำเดิม...ควรระวังช่วงออกดอกคงต้องตัดแต่ง เพราะเกสรจะ
              ปริวไปทั่วบ้าน  ถ้าไม่อยากทำความสะอาดมุ้งลวด
              ( ไม่แนะนำสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ )

มิชชั่น 5 : ใกล้ความจริง !

ใกล้หนาวแล้ว!
อยากย้ายเข้าแล้วละ..." บ้านไร่พอเพียง "
ที่เหลือคงเป็นงานหิน คือ เริ่มลงต้นไม้ ?
ซึ่งไม่ถนัดเอาซะเลย


ชานบ้านไทย ร้อนมาก
ขนาดวางอาคารขวางลมทิศเหนือ-ใต้แล้ว  แดดเมืองไทยสุดๆจริง คาดว่าไม้เก่าที่ปิดผิวกล่องคงจะทนได้อีกแดดเดียว หรือเปลี่ยนชื่อเป็น
"บ้านแดดเดียว " ซะเลย

"อะไรจะเกิดมันก็คือธรรมชาติ"

เคยลองใช้สีทุกยี่ฮ้อแล้วละ
ยังไงๆก็เอาไม่อยู่  ต้องมาลอกสี
ทำสีกันอยู่ร่ำไป

เอาเป็นว่าลง Teak oil โลชั่นบำรุงผิวไม้ก็พอมั๊ง ง่ายหน่อย
หมดฝนก็ทาสักที รับหน้าหนาว
หลังจากนี้ถ้าเบื่อก็เล่นสีน้ำเลย
ถ้าไม้ไม่ผุซะก่อน  แต่ก็คงอีกสักสองสามปี (คาดว่า) ถ้าผุหมดก็รือเปลี่ยนใหม่ จะได้มีอะไรทำอยู่เรื่อย แก้เซ็ง!

"ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรอก..ทุกอย่างก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไข กันไปตามฤดูกาล"

บางทียิ่งเก่า..ยิ่งเท่ห์นะ!

จะไป  Face Off  ทำไม ?
ถ้าปลวกกินถึงจะซ่อมแล้วกัน
จะได้เห็นความเป็นไปตามธรรมชาติ

"ปัญหาอะไรๆ มันยังไม่เกิด..ไม่ควรคิดวิตกมากไป"

เพียงแต่เตรียมทางแก้ไขไว้บ้าง
( แต่ทดไว้ในใจก่อน )
ไปเตรียมงานปลูกต้นไม้ ขั้นตอนต่อไปดีกว่า
จะได้ย้ายทันหนาวนี้

กลับไปค้นคว้า , ศึกษา...ก่อนจะวางแนวทาง,วางตำแหน่ง
ปลูกพืช ผัก ไม้ผล
ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ฯลฯ




18/2/59

พักสมอง"งบประมาณ"

Brainy1

มิชชั่น 5 : ลุยต่อ..Let's Finish!

ลุยกันต่อ+
หลังจากปรับเพิ่มงบประมาณ  จัดซื้อวัตถุดิบไม้เก่าเพิ่มเติม ก็เริ่มงานต่อระเบียง ชั้น 2
เริ่มเห็นภาพแล้วละน่าจะมาถูกทาง

" การใช้ชีวิตอยู่ชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัว และได้ความรู้สึกที่ปลอดภัย จากทั้งคน และสัตว์ป่า ต่างๆ "

นอกจากนี้ยังได้มุมมอง - วิวเนินเขา และ บ่อน้ำ , สวนผัก , คอกไก่ , เป็ด , ห่าน ฯลฯ
ที่เรากำลังจะเนรมิตขึ้นมา...เพิ่มภาระให้ตัวเองดีแท้ !

" จากมุมมองชั้น 2 ทำให้เราตรวจและสำรวจความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นใน " บ้านไร่พอเพียง "ได้ชัดเจน "




ดูๆไปตอนนี้...ยังเหลืองานจัดสวนเกษตรอีกเยอะ





17/2/59

มิชชั่น 5 : ไม่เคยพออีกแล้ว !



“ทฤษฎีใหม่เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานเป็นแนวคิด แนวทางในการดำรงชีวิต โดยเป็นแนวทางดำเนินการที่นำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองในระดับต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ และความผันแปรของธรรมชาติ”

ทฤษฎีใหม่ด้านการบริหารที่ดินจำนวนน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการทำการเกษตรบนที่ดินจำนวนน้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อการอยู่อาศัยและการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง ยั่งยืน ซึ่งเป็นการคิดบนหลักการใหม่แตกต่างจากแนวทางการทำการเกษตรอุตสาหกรรม ที่มุ่งผลิตผลผลิตในปริมาณมากเพื่อการค้าขายเป็นหลัก

ศึกษากันต่อได้ที่นี่ครับ



มิชชั่น 2 : กำหนดรูปแบบหน้าตาโครงการ

เข้าใจแล้ว ! 
รู้แล้วว่าโปรเจคนี้จะออกมาหน้าตาอย่างไร?  ตามแบบแปลนข้างล่างนี้ไง !













          ด้วยขนาดที่ของพื้นที่ 2 ไร่ ขนาดไม่เล็ก-ไม่ใหญ่

ตลอดจนแนวคิด...ก็ไม่เชิงจะทำไร่-สวนเกษตรเพื่อการพาณิชย์....เราต้องดัดแปลง "ทฤษฎีใหม่" ให้เหมาะกับตัวเรา...เอาเป็นว่า...เพียงได้เรียนรู้การปลูกพืช  ผัก  ผลไม้  เลี้ยงสัตว์บ้าง... เรียนรู้จากชาวบ้านบ้าง  ศึกษาเองบ้าง  แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง  และ ทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียงว่า
"มันจะเพียงพอสำหรับเราไหม ? "

สรุปว่าเราจะเรียกชื่อโครงการนี้ว่า  " โครงการบ้านไร่พอเพียง " ไปก่อน
( ไม่หรูหราใหญ่โต...ในสไตล์บ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงทั่วๆไป )

เบื้องต้น....สรุปพื้นที่ใช้สอยประมาณนี้

1. บ้านพัก - น่าจะมีสัก 2 ห้องนอน , 2 ห้องน้ำ , 1 ครัว และ 1 ห้องทำงาน...น่าจะพอเพียง ?
2. บ่อน้ำที่ขุดเตรียมไว้ - เลี้ยงปลา ( ยังไม่ชัดเจนพันธ์ุปลา ถึงเวลาค่อยศึกษา )
3. คอกไก่ไข่ - แบบเลี้ยงแบบปล่อยเดินธรรมชาติ จะได้กินไข่ออแกนิคทุกวัน ,
ขี้ไก่ปล่อยลงบ่อให้เป็น       อาหารปลาตามทฤษฎี
4. แปลงผักสลัดคละๆกันไป
5. ดงกล้วย - กล้วยหอม , กล้วยไข่ และกล้วยน้ำหว้า สุดยอด
6. ไม้ผลที่ชอบ - เอาแบบปลูกง่ายและทนทาน...ก็น่าจะเป็น มะม่วง , ฝรั่ง , ชมพู่ , ขนุน ,
มะยมชิด , น้อยหน่า ,  ลำไย....อย่างละ สอง สาม สี่ ต้นก็แล้วกัน จะได้มีผลไม้ทานทั้งปี
7. กระท่อมเห็ด - เห็ดพันธ์ุต่างๆ
8. ไม้ดอก และ พืชสวนครัว - กระเพรา , โหระพา , มะกรูด , มะนาว , ตะไคร้  ฯลฯ
9.  ริมบ่อ - มะละกอ
10. เลี้ยงสัตว์ - เป็ด , ห่าน , กระต่าย ?

ดูดูไป...มันเกินพอเพียงไปหรือเปล่าเนี่ย..ความต้องการเยอะจังเลย !

" ค่อยๆทำไป...มีเวลาอีกเยอะ...มันอาจจะเข้าเป้าแค่ 50% ก็ได้ ...เอาน่า!ใส่ลงไปก่อน " ...คิดในใจ





















ส่วนงบประมาณ : วันนี้ขอตั้งไว้สัก ล้านห้าก่อน ? ค่อยๆตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป...คุมงบให้ได้ !
ตั้งงบน้อยไว้จะได้ตั้งใจคิด-ตั้งใจทำ   ส่วนใหญ่บานปลายตลอดแหละ !

คาถาทำใจ  -  น้อยไว้...เรียบไว้ ,  พอเพียง...เพียงพอ , พุทโธ...พุทโธ

16/2/59

มิชชั่น 4 : DIY สุ่ม4 สุ่ม5 ผลิต


หลังจากคิดว่าศึกษามาดีพอแล้ว 
มั่นใจละ....มีวัตถุดิบพร้อมกว่า 50%...ลุยต่อ

ก่อนอื่นเราต้องการพื้นที่ใหญ่พอ ที่จะทำงานสร้างกล่องเหล็ก 4 กล่อง ขนาดโดยเฉลี่ย
3ก x 6ย x 2.5ส เมตร / 1 กล่อง...เลยตัดสินใจเช่าโกดังเก็บของแถวลำลูกกาคลอง 4 ตัดกับถนนวงแหวน
ซึ่งน่าจะสะดวกในการขนย้าย

โครงหลักใช้เหล็กกล่อง 4 x 4 นิ้วขึ้นโครงเสา และ
คาน สำหรับวางพื้นวีว่าบอร์ดหนา 15 มิล.
และเหล็กคานสำหรับวางโครงหลังคา กรุแผ่นฉนวน Isowall
ผนังเจาะช่องประตู-หน้าต่าง เตรียมใส่แผ่นฉนวน
Isowall
ส่วนหลังคาทำเอียงเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำ






































    การตกแต่งผิวกล่องเหล็ก โดยนำไม้รีไซเคิลมาขัดผิวให้สะอาด และปิดทับผิวด้านนอกลักษณะซ้อนเกล็ดเลียนแบบบ้านไทยโบราณ

ภายในโชว์ผิวแผ่นIsowall ส่วนงานเดินท่อร้อยสายไฟเป็นลักษณะเดิน  เปลือยโชว์ท่อไฟ
บางผนังก็นำเอาเศษประตู - หน้าต่างเก่า มาจัดลวดลายให้น่าสนใจ

สรุปค่าใช้จ่าย : ค่าโครงเหล็ก , วีว่าบอร์ด และ แผ่นฉนวน Isowall ผนัง และ หลังคา
                            เป็นเงิน 80,000 บาท / 1 ตู้

                        ค่าผิวไม้รีไซเคิล , ประตูเก่า , ช่องหน้าต่างอลูมิเนียม
                            เป็นเงินเฉลี่ย 70,000 บาท / 1 ตู้
                            ( แตกต่างกันตามแบบของแต่ละกล่อง )


การขนส่ง และประกอบหน้างาน

กล่องเหล็ก 4 กล่องถูกยกขึ้น รถเฮี๊ยบ 4 คันในเวลา 3 ชั่วโมง และออกเดินทางสู่
โครงการ " บ้านไร่พอเพียง "
การยกติดตั้งบนฐานอาคาร และยึดตัวกล่องเข้ากับโครงสร้างอาคาร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง              

 งานก่อสร้างส่วนฐานรากและเสา ทำไปพร้อมๆกับกล่องเหล็ก 4 กล่อง ใช้เวลา 7 เดือนแบบชิลๆถ้าเร่งกันจริง 4 เดือนน่าจะเสร็จ งานที่เหลือก็เป็นงานติดตั้งหลังคา , ประตู-หน้าต่าง , งานเก็บ , งานจัดเฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้-เครื่องมือ และงานสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คืองานสวน ( หัวใจของงาน )





หมายเหตุ : หลังคาเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับกันแดด และระบายอากาศเหนือตัวกล่อง... ลดความร้อนให้กับตัวกล่องเหล็ก  แม้ว้าตัวกล่องจะกรุด้วยฉนวนกันความร้อนก็ตาม แต่เมื่อเราปิดบ้านหมด...ฉนวนนี้จะกักความร้อนไว้ภายในตัวกล่อง...กลายเป็นเตาอบดีๆนี่เอง!

มิชชั่น 4 : Recycle Thinking ! Let's save the earth

การเตรียมงาน :
การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีอยู่ และจัดซื้อเพิ่มเติม

- ประตู , หน้าต่าง , บานเกล็ด , ช่องแสง , บานเฟี้ยม
- ผนังไม้ , พื้นไม้ , ขั้นบันได
  หาซื้อได้จากร้านขายไม้เก่า ย่านถนนรังสิต-นครนายก
   ราวๆ คลอง 9 ถึง คลอง 11 ( บางส่วนมาจากของสะสมเหลือ      มาจากงานโครงการต่างๆ
- ไม้อัดฉำฉาแผ่นเดิมใช้เป็นลังส่งสินค้า
   หาได้แถวถนนลำลูกกาคลอง  2
-  ชิงช้า , เฟอร์นิเจอร์ ไม้เก่า , ไม้ซุง
   หาได้แถวถนนลำลูกกาคลอง  2
-  ไม้เสากลม , ไม้ลูกนอนบันได , เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณ
    หาได้จากร้านแถวถนนมิตรภาพ เลยทางแยกเข้าเขาใหญ่
    สัก 2 กิโล อยู่ฝั่งซ้ายขาออกมุ่งหน้าไปโคราช



มิชชั่น 3 : แบบก่อสร้าง

ผังแปลน ชั้น 1 , 2 และ รูปด้าน รูปตัด และ รายละเอียดอื่นๆ ฯลฯ

แปลน และ รูปด้าน ถูกส่งให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอเลขที่บ้าน  ตลอดจนขอมิเตอร์ไฟชั่วคราวเพื่อใช้ในการก่อสร้าง
ปัญหา ???  ไม่มีเสาไฟอยู่ในพื้นที่เลย  ใกล้สุดก็ประมาณกิโลกว่าจากเสาไฟหลักริมถนน
เอาไงดี ?.....ตั้งหลักก่อน...." หาทางเลือกศึกษาก่อน "...ปรึกษากับตัวเอง

ทางเลือก 1 : ไม่ง้อไฟ "การไฟฟ้าฯ" ยุคนี้ไฮเทคแล้ว  เมืองไทยมี Solar cell พัฒนาแล้วนิ...ติดต่อผู้รับเหมาประเมินราคาเลย   จัดคำนวนรายการเครื่องใช้ไฟฟ้าส่งตีราคาเลย...ผลลัพท์...ต้องมีงบล้านกว่า !
ขนาดว่าจัดเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบพอเพียงสุดๆแล้วนะ...แต่อย่างว่าไอ้เครื่องที่จำเป็น มันดันรับประทานไฟ
แบบสุดๆ เช่น ตู้เย็น , เครื่องทำน้ำร้อน , ไมโครเวฟ , เตา ,กาต้มน้ำ , หม้อหุงข้าว . แอร์  ทุกอย่างดูเหมือนมันจำเป็นไปหมด

ก็มันคนกรุงเทพฯอยู่แต่ในห้องทำนอน,ห้องนอน,และในรถ...เปิดแอร์ตลอด  ใครจะออกไปสูดคาร์บอนฯนอกตึกละ...ถ้าไม่จำเป็น... ใช่ไหมละ ?

" น้อยไว้..เรียบไว้ , พอเพียง...เพียงพอ , พุทโธ...พุทโธ " .... ท่องคาถาในใจ

ทางเลือกที่ 2 : หาเพื่อนบ้านแชร์...เจ้าของที่คนอื่นๆที่ต้องการไฟฟ้า และอยู่ในแนวเสาไฟเดียวกัน

สรุปเป็นว่า...ถ้าต้องการขอขยายไฟ 3 เฟส  การไฟฟ้าประเมินงบให้ตก 2ล้านกว่า
                    ถ้าต้องการขอขยายไฟ 1 เฟส  การไฟฟ้าประเมินงบให้ตก 6แสนกว่า
แน่นอนถูกไว้ก่อน...แชร์กันสามเจ้ามือตก...เกือบ 2 แสน ( ค่อยยังชั่ว )






สมาชิกก่อตั้ง


โครงการ "บ้านไร่พอเพียง"
สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง



บทสรุป " มิชชั่น 2 "

สไตล์ 

ขอเลือกแนวทางแบบที่ 2:

แนวตู้คอนเทนเนอร์ แต่คงต้องสร้างขึ้นเอง เพื่อให้ได้ความกว้าง 3 เมตร...พอดีกับขนาด "รถเฮี๊ยบ"
ที่จะใช้บรรทุก และการผลิตจะผลิตที่กรุงเทพฯ 70 %  ยกเว้นส่วนฐานราก และ เสา  ซึ่งจะก่อสร้างไปพร้อมๆกันกับการผลิตตู้เหล็ก โดยช่างท้องถิ่น
วัตถุดิบที่เหลือใช้เศษวัสดุเหลือใช้นำมารีไซเคิล เช่น ไม้ผนัง , ไม้พื้น , ไม้ฉำฉา ฯลฯ
นำมาตกแต่งผิวตู้ เพื่อลดความแข็งกระด้างของความเป็นตู้เหล็ก

และแนวทางแบบที่ 4:

ลักษณะบ้านท้องถิ่นที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และมีลักษณะบ้าน 2 ชั้นและมีชานระเบียงกว้าง โดย

ชั้น 1 : น่าจะมีห้องพัก และห้องน้ำ สำหรับคนสวน หรือคนเฝ้าบ้าน และเพิ่มห้องเลี้ยง กระต่าย สักห้อง
เนื่องจากตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเราก็ควรจะมีผลิตผลบางอย่างที่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม และด้วยพื้นที่ "บ้านไร่พอเพียง" มีไม่มากหนัก  ทำให้ปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆได้น้อย  แต่สำหรับการเพาะเลี้ยงกระต่ายใช้พื้นที่น้อยกว่า  ส่วน..พืชและผัก ผลไม้ ไข่ไก่ ปลา ก็เอาไว้บริโภคเองแล้วกัน

ชั้น 2 : ประกอบด้วย ห้องนอน 2 ห้อง , ห้องทำงาน-ห้องนั่งเล่น , ครัว และ ชานที่กว้างสไตล์บ้านไทย


ภาพที่ติดตา :

สมัยเด็กๆ ที่คุณครู ให้ทำ ส.ค.ส. ส่ง
เรามักจะวาดภาพทิวทัศน์ ทุ่งนา , กองฟาง , ภูเขา ฝูงนก และ พระอาทิตย์ จนชินทุกปี ( วาดจนเก่ง )
ก็เลยนำมาเป็นแรงบันดาลใจสร้าง
" บ้านไร่พอเพียง " ซะเลย !





เกือบลืม / นอกจากกระต่ายพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่เลี้ยงที่บ้านกรุงเทพฯ   และก็ไม่เคยมีลูกมีหลานเลย

เรายังมีนกเลิฟเบิร์ดอีก 10กว่าตัว...ก็ควรจะย้ายไปด้วยซิ !  คงต้องเพิ่มกรงนกขนาดสัก 1.5 X 3 เมตร
ไว้ใต้ถุนบ้านด้วย ( ชักเยอะแฮะ )







" เสียใจด้วยนะ สำหรับเจ้าหมูน้อย และ วัว "
เลี้ยงไม่ไหวแน่....อยู่ด้วยกันคงตายหมู่...แน่เลย !


10/2/59

การค้นหา..สไตล์ " บ้านไร่พอเพียง "



สุ่มเลือกแบบบ้านต่างๆเป็นแนวทางพิจารณา 
คิด-วิเคราะห์-สังเคราะห์-ตัดสินใจ 

สุ่มมา 4 ตัวอย่าง

                                                                                                                                                           

แบบที่ 1 : แบบอินเตอร์ , อังกฤษ , สเปญ , ญี่ปุ่น ฯลฯ
ดูสวยงามดีนะ แต่มันจะเหมาะกับสถานที่นี้ไหม,วัสดุก่อสร้างจะหาได้เหมือนไหม,
ช่างเราจะมีปัญญาทำไหมเนี่ย ?  ทำออกมาแล้วดูเป็นของปลอม เหมือนอยู่แดนเนรมิตแหง !
อย่าไปก๊อปเค้าเลย ! ลองแบบอินเตอร์ร่วมสมัยดีไหม?








แบบที่ 2 : แบบตู้คอนเทนเนอร์นำมารีไซเคิล ก็น่าสนใจดี  น่าจะเหมาะกับงานก่อสร้างต่างจัง
หวัดเพราะใช้เวลาหน้างานสั้น สามารถทำได้จากโรงงาน และสามารถต่อกันได้ 2 ชั้นด้วย
ข้อเสียอยู่ขนาดตู้ออกจะแคบไปหน่อย  ขนาดกว้างประมาณ 8 ฟุต ( 2.40 M )
แบบที่ 3 : ดูเท่ห์โมเดิร์นเหมือนในหนังฮอลลีวู๊ดเลยละ กลมกลืนได้บรรยากาศป่าโดยรอบ
แต่ถ้าต้องติดมุ้งลวด , เหล็กดัด และม่าน คงดูไม่จืดนะ! ฝรั่งเค้าชอบโชว์ ,  บ้านเมืองเค้าคง
จะปลอดภัยกว่าเมืองไทย และเค้าคงต้องการแดดมากกว่าเมืองไทยมั๊ง !
เอาแบบกระจกน้อยลงหน่อย , ทึบหน่อยกันแดด ประหยัดพลังงาน , อยู่ในป่าคงหาบริการเช็ด
กระจกไม่ได้มั๊ง!  และก็ไม่อยากให้ใครมาซุ่มดูเราด้วย
น่าจะดีกว่า  ถ้าจะอยากจะซึมซับสัมผัสธรรมชาติ ก็ไปนั่งๆนอนๆแถวระเบียงก้ได้


แบบที่ 4  : แบบไทยสไตล์ น็อคดาวน์ ดูโบราณๆ น่ากลัวยังไงไม่รู้ หรือเพราะสีไม้ที่เข้ม
ไม่เหมาะกับเราแน่  เพราะมีปัญหาเรื่องสายตา มีปัญหาในที่แสงน้อย 
ชอบแบบขาวๆ ใสๆเบาๆ 
แต่ชอบลักษณะบ้านไทย 2 ชั้น มีไต้ถุนโปร่งชั้นล่าง , ใช้ชีวิตอยู่ชั้น 2  ชานกว้างๆ
ให้ความรู้สึกปลอดภัยจากทั้ง คน และ สัตว์ 


มิชชั่น 2 : อะไรคือ " ทฤษฎีใหม่ " ?



“ทฤษฎีใหม่เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานเป็นแนวคิด แนวทางในการดำรงชีวิต โดยเป็นแนวทางดำเนินการที่นำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองในระดับต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ และความผันแปรของธรรมชาติ”

ทฤษฎีใหม่ด้านการบริหารที่ดินจำนวนน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการทำการเกษตรบนที่ดินจำนวนน้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อการอยู่อาศัยและการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง ยั่งยืน ซึ่งเป็นการคิดบนหลักการใหม่แตกต่างจากแนวทางการทำการเกษตรอุตสาหกรรม ที่มุ่งผลิตผลผลิตในปริมาณมากเพื่อการค้าขายเป็นหลัก

ศึกษากันต่อได้ที่นี่ครับ



มิชชั่น 2 : กำหนดรูปแบบหน้าตาโครงการ

เข้าใจแล้ว ! 
รู้แล้วว่าโปรเจคนี้จะออกมาหน้าตาอย่างไร?  ตามแบบแปลนข้างล่างนี้ไง !













ด้วยขนาดที่ของพื้นที่ 2 ไร่ ขนาดไม่เล็ก-ไม่ใหญ่

ตลอดจนแนวคิด...ก็ไม่เชิงจะทำไร่-สวนเกษตรเพื่อการพาณิชย์....เราต้องดัดแปลง "ทฤษฎีใหม่" ให้เหมาะกับตัวเรา...เอาเป็นว่า...เพียงได้เรียนรู้การปลูกพืช  ผัก  ผลไม้  เลี้ยงสัตว์บ้าง... เรียนรู้จากชาวบ้านบ้าง  ศึกษาเองบ้าง  แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง  และ ทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียงว่า
"มันจะเพียงพอสำหรับเราไหม ? "

สรุปว่าเราจะเรียกชื่อโครงการนี้ว่า  " โครงการบ้านไร่พอเพียง " ไปก่อน
( ไม่หรูหราใหญ่โต...ในสไตล์บ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงทั่วๆไป )

เบื้องต้น....สรุปพื้นที่ใช้สอยประมาณนี้

1. บ้านพัก - น่าจะมีสัก 2 ห้องนอน , 2 ห้องน้ำ , 1 ครัว และ 1 ห้องทำงาน...น่าจะพอเพียง ?
2. บ่อน้ำที่ขุดเตรียมไว้ - เลี้ยงปลา ( ยังไม่ชัดเจนพันธ์ุปลา ถึงเวลาค่อยศึกษา )
3. คอกไก่ไข่ - แบบเลี้ยงแบบปล่อยเดินธรรมชาติ จะได้กินไข่ออแกนิคทุกวัน ,
ขี้ไก่ปล่อยลงบ่อให้เป็น       อาหารปลาตามทฤษฎี
4. แปลงผักสลัดคละๆกันไป
5. ดงกล้วย - กล้วยหอม , กล้วยไข่ และกล้วยน้ำหว้า สุดยอด
6. ไม้ผลที่ชอบ - เอาแบบปลูกง่ายและทนทาน...ก็น่าจะเป็น มะม่วง , ฝรั่ง , ชมพู่ , ขนุน ,
มะยมชิด , น้อยหน่า ,  ลำไย....อย่างละ สอง สาม สี่ ต้นก็แล้วกัน จะได้มีผลไม้ทานทั้งปี
7. กระท่อมเห็ด - เห็ดพันธ์ุต่างๆ
8. ไม้ดอก และ พืชสวนครัว - กระเพรา , โหระพา , มะกรูด , มะนาว , ตะไคร้  ฯลฯ
9.  ริมบ่อ - มะละกอ
10. เลี้ยงสัตว์ - เป็ด , ห่าน , กระต่าย ?

ดูดูไป...มันเกินพอเพียงไปหรือเปล่าเนี่ย..ความต้องการเยอะจังเลย !

" ค่อยๆทำไป...มีเวลาอีกเยอะ...มันอาจจะเข้าเป้าแค่ 50% ก็ได้ ...เอาน่า!ใส่ลงไปก่อน " ...คิดในใจ





















ส่วนงบประมาณ : วันนี้ขอตั้งไว้สัก ล้านห้าก่อน ? ค่อยๆตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป...คุมงบให้ได้ !
ตั้งงบน้อยไว้จะได้ตั้งใจคิด-ตั้งใจทำ   ส่วนใหญ่บานปลายตลอดแหละ !

คาถาทำใจ  -  น้อยไว้...เรียบไว้ ,  พอเพียง...เพียงพอ , พุทโธ...พุทโธ

มิชชั่น 1 : อ่าน - คิด - สรุป

อ่าน ๆ ๆ แล้วก็อ่าน

เริ่มจากศูนย์ ! ...จากการที่ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรรม,ต้นไม้ใบหญ้าใดใดเลย  ไม่มีไอเดียโครงการเลย มีแต่ความรู้สึกอยากลองก็เลยต้องหาข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อจะกำหนดขอบเขตโครงการ,ความต้องการพื้นฐาน และ งบประมาณ เพื่อให้การสุ่มเสี่ยงน้อยที่สุด...น่าจะมีกระบวนการต่างๆดังนี้ 

1. ศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจคำว่า"เศรษฐกิจพอเพียง" ให้ดีพอและสรุปความต้องการของตัวเอง
2. กำหนดรูปแบบ ให้เหมาะกับตัวเอง และกำหนดงบประมาณเบื้องต้น
3. เตรียมงาน -  ผังรวมโครงการ , แบบก่อสร้างและงานระบบต่างๆ
4. กำหนดแผนงานก่อสร้าง และ ดำเนินงานก่อสร้าง 

ง่ายๆแค่นี้แหละ...ขอตัวไปศึกษาข้อมูลก่อน !


The Philosophy of Sufficiency Economy

เศรษฐกิจพอเพียง (อังกฤษ: sufficiency economy) เป็นปรัชญาที่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัส แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517  และภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540   ได้ทรงเน้นย้ำเป็นแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้
กระแสโลกาภิวัฒน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          “เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ  ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ   ให้ดำเนินไป ในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์    

ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัว ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน

          ทั้งนี้จะต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาต่างๆ   มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน  และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจ ของคนในชาติ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ  นักทฤษฎี  และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึก ในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริตและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคมสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”


"การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง"


               พระราชดำรัส "เศรษฐกิจแบบพอเพียง" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540

สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ 
มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 
Agri-nature Foundation



7/2/59

น้ำคือชีวิต


ที่ดินแปลงแรกที่มีบ่อน้ำเป็นอันว่าซื้อขายไม่ได้  เพราะเป็นที่ดินแนวกันไฟภูเขา...อดไป
ไม่เป็นไร...ขยับมาแปลงติดกันก็แล้วกัน...ยังไงก็ได้วิวเดิม โชคดีเสียอีก ที่มารู้ทีหลังว่า

1. ที่ดินริมเขาเป็นที่ต่ำน้ำจะหลากขังท่วมช่วงหน้าฝน เค้าจึงขุดบ่อเก็บน้ำไว้ทำการเกษตรแต่ดั่งเดิม
2. เนื่องจากเป็นที่ดินแนวกันไฟ ห้ามซื้อขาย ก็คงไม่มีใครมาปลูกบ้านในแปลงนี้แน่นอน

ข้อเสีย :

เนื่องจากน้ำคือชีวิต  เราต้องลงทุนขุดบ่อเก็บน้ำไว้อีกบ่อในที่แปลงใหม่นี้  ขนาดเท่าไรดี ?
ใหญ่ไว้ก่อนแล้วกัน...สักไร่นึงก็แล้วกัน   ที่สำคัญคือต้องขุดให้ทันฝนนี้จะได้เก็บน้ำได้ทันทีแล้วคอยลุ้นว่าที่ดินแถวนี้เก็บน้ำได้ไหม?  ซึมรั่วไหม?  ถ้าโชคดีก็ไม่ต้องเสียเงินรอบสองเพื่อปูพลาสติครองบ่ออีก

เคล็ดลับชาวบ้าน :

ให้หาขี้วัวมาโรยพื้นสระทุกๆปี  จะช่วยอุดรอยรั่วของบ่อได้และยังช่วยให้น้ำมีแหล่งอาหาร สำหรับระบบนิเวศน์ด้วย ( ฉลาดจริง )  และน้ำแถวนี้เวลาหน้าน้ำหลากจากเขาจะเป็นสีโอวัลตินแบบนี้สักพัก   แต่ปลอดภัยเพราะ ไม่มีสารพิษจากโรงงานแน่นอน  ส่วนใหญ่เป็นไร่ข้าวโพด และถ้าอยากให้น้ำใสเร็วขึ้นก็ให้ผสมน้ำหมักEMใส่บ่อเข้าไปเลย  ทำให้มีจุลินทรีย์และเพิ่มO2ในน้ำอีกด้วย...น้ำใสสวยทันหน้าหนาวพอดี

สรุปผล:

บ่อสามารถเก็บน้ำได้ดี  งบประมาณในการขุดบ่อลึก 3 เมตรกว่า ขนาดประมาณ 3 งาน
คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 150,000 บาทถ้วน

การขุดบ่อบาดาล - ช่างแกละ ช่างท้องถิ่น...ผู้รู้จักพื้นที่แถบนี้ดีที่สุดก็รีบเข้ามาตรวจพื้นที่  และดำเนินการขุดเจาะอย่างมืออาชีพ ใช้เวลา 3 วัน , ขุดลึก 35 เมตร...งานสำเร็จใช้งบไปอีก 60,000 บาท
( เป็นค่า Submerge pump ซะสองหมื่นบาท )  เฮ้อ...นี่แหละ "น้ำคือชีวิต"



   


ราวๆ 48 เดือนที่ผ่านมา

" บางคนเกิดมาเพื่อเงิน , บ้างก็เพื่อชื่อเสียง , บ้างก็เพื่อความตื่นเต้นในชีวิต "

สำหรับตัวเองน่าจะอยู่ในประเภทที่ 3 ...ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากจะต้องพิสูจน์อะไรๆด้วยตัวเองอยู่ตลอด ไม่ค่อยเชื่ออะไรใครหรอก  มันทำให้ชีวิตตื่นเต้นและท้าทาย สร้างปัญหาให้ตัวเองดีแท้หนอ



สมมุติฐานที่ 1

ถ้าเราย้ายออกไปใช้ชีวิตเป็นชาวสวน ลองใช้ชีวิตรูปแบบพอเพียง มันจะอยู่ได้ไหม มันจะเพียงพอจริงหรือ? สำหรับมนุษย์กล่อง คนกรุงที่ยึดติดกับความสะดวกสบายที่ทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน... แบบเราๆเนี๊ยนะ?

" เออน่า..ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก ค่อยๆลองไปน่า ... ช้าๆทำไปเรื่อยๆ ไม่ใช่อยู่ประจำสักหน่อย " 
  คิดเอง..เออเองไปอีก มั่นใจไม่ปรึกษาใครหรอก


ความคิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?  คือหลังจาก

                   1. ผ่านเหตุการณ์ติดเกาะสมุยอยู่ 5 วัน...สถานะการณ์คือ พายุเข้า-ทางขาด-น้ำมันหมดเกาะ-ไฟฟ้าดับ-อาหารหมด ฯลฯ...ประสพการณ์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ
                   2. ตามด้วยน้ำท่วมใหญ่ กทม. เราต่างก็มีประสพการณ์กันถ้วนหน้า
                   3. งานปารตี้ปีใหม่ ที่เหล่า CEO เหล่าผู้บริหาร,นักคิดทั้งหลาย มะรุมมะตุ้มจุดเตาถ่านเพื่อจะย่างสเต็กวากิวบินตรงมาจากญี่ปุ่น  ใช้เวลาร่วมชั่วโมงก็ไม่สำเร็จ มันทำให้คิดได้บ้างอย่างนะ ถ้าน้ำท่วมโลกใกล้แตก จราจล... ฯลฯ    แล้วต้องอพยพไปอยู่ป่าเขาเนี่ย เวลาที่เงินเป็นแค่เศษกระดาษ 
ไอ้พวกคนกรุงเราๆตายก่อน  ที่เหลือเป็นชาวบ้าน ตาสี ตาสา ที่รอดแหง ? การคัดสรรของธรรมชาติ

" ทำไปเฮอะ...สมมุติว่าเบื่อแล้วก็คงจะฉลาดขึ้น  อย่างน้อยก็มี Supermarket ...มีผัก ผลไม้ หมู เห็ด    เป็ด ไก่ ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต  และจะได้มีกิจกรรมกับลูกๆ หลานๆด้วย  จะได้ไม่ติดอยู่ในสังคมก้ม  หน้ามากเกินไป "  
 คิดบวก...เข้าข้างตัวเองอีกแล้ว 

เริ่มโครงการเมื่อไร?
ราว 48 เดือนที่ผ่านมา สุ่มหาที่ดินอยู่พักใหญ่จนในที่สุดก็พบที่ดินในฝัน...ราคาไม่แพงนัก
อยู่อย่างโดดเดี่ยวเลยยังไม่มีบ้านสักหลัง ไม่มีทั้งน้ำ และไฟฟ้า ต้องจัดการเอง ถนนก็เป็นลูกลังดินแดง
แต่ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไร?  ซึ่งถ้าเลือกที่ดินจัดสรร...คงมีน้ำมีไฟพร้อมราคาคงแพงขึ้นไปอีก และคงจะมีเพื่อนบ้านอยากรู้อยากเห็นอีกมาก  ซึ่งอารมณ์คงไม่ต่างจากอยู่กรุงเทพฯเท่าไรนัก  

ต่อมาก็เริ่มอ่านศึกษาทฤษฎีในหลวง และการทำเกษตรพอเพียง ต่างๆนานา ฯลฯ
เพื่อเก็บข้อมูลและเริ่มออกแบบโครงการ ,  สุ่ม4สุ่ม5 ลองผิดลองถูก...ลุยไปเลย คิดตามประสาคนกรุง...ชีวิตติดจรวด



Perfecto! ที่ดินริมเขา , มีบ่อน้ำ และต้นไม้ใหญ่ ราคาสมเหตุสมผล, ใกล้กรุงเทพฯ..น้ำไม่ท่วมแน่