29/2/59

เริ่มชีวิต..ชาวสวน ?

คิดยังไง ?

ช่วงที่ผ่านมาก็ลองมาอยู่แล้ว  แต่มันก็ยังไม่ใช่ของจริง เพราะอยู่ไป..เก็บงานไป..มีช่างอยู่เป็นเพื่อนทุกคืน...เหมือนมาแคมป์ปิ้ง , ปิคนิคมากกว่า...ตกเย็นก็ดริงค์ๆๆ   มึนก็นอน   กลางวันก็จัดซื้อหาข้าวของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่จำเป็น..ในการทำประมงบ้าง  ทำสวนบ้าง  เช่น ปุ๋ย , ดิน , หญ้า , เมล็ดผักสลัด , อาหารไก่ , อาหารปลา ...ฯลฯ มีให้ซื้อได้ทุกวันไม่จบสิ้น

ปลาที่ปล่อยไว้ช่วงฝนที่แล้วก็โตพอประมาณแล้ว   แต่จำไม่ได้แล้วว่า  ปล่อยปลายี่ฮ้ออะไรไปบ้าง..ค่อนข้างมั่วนะ  ( แล้วแต่อารมณ์ )  เพราะมาทีไรก็แวะซื้อปลาที่บ่อตกปลา..ตรงข้าม ม.กรุงเทพ รังสิต มาปล่อยทุกที

มี อยู่ครั้งนึง..เห็นลูกปลาอะไรไม่รู้  สีสวยดี  ออกเทา , สัม ,ชมพู ซื้อเลย ! ( แบบว่ารักสวยรักงาม  ชอบปลาสีสวย  ลืมไป...ว่าเลี้ยงในบ่อดิน..( " มันจะมองเห็นไหมละ?...น้ำนี้  ขุ่นเชียว"  )

สุดท้ายพอมันโตขึ้นเริ่มเห็นหุ่นชัดเจน  พวกช่างทำหน้าตกใจมาก  เค้าว่า " เฮ้ย...จาระเม็ดนี่หว่า ...ใครเขาเลี้ยงกัน !... มันเป็น ปลาพิรันย่าไทย  ".. เป็นปลาที่ดุมาก  และ เป็นปลากินเนื้อ กินปลาด้วยกันนะ...ประมาณว่ากินทุกอย่างที่ขวางหน้า...ไอ้เราก็นึกว่าเลี้ยงไว้จะได้ทำเต๋าเต้ย...จาระเม็ดนึ่ง...ทานซะหน่อย
สุดท้ายก็ต้องเกณฑ์อาสาสมัครมาไล่ล่าให้หมด ( ไม่รู้ออกลูกออกหลานกันไปเท่าไรแล้ว ? )

สวยไหม..ลูกๆจาระเม็ดน้ำจืด..ตัวแม่โตเกือบสิบนิ้วแล้ว (ขนาดพอดีจาน)


สรุปว่าวันแรกจับได้นิดหน่อย...พรุ่งนี้ต้องลองกันใหม่  ขนาดมืออาชีพมาเองนะเนี่ย!
เห็นพวกช่างทำอาหารกันแล้วก็ทึ่งมาก  พวกนี้หากินได้ทุกอย่างทั้งในรั้ว นอกรั้ว...ไม่ว่าจะเป็น กระต่ายป่า , หนูนา , นกป่า , งูป่า , ไก่ป่า..ฯลฯ  ส่วนใหญ่ทำอาหารเก่งกันทุกคนด้วย  ไอ้เราอยู่มาหลายเดือน ไปๆ มาๆ ยังไม่เคยทำอาหารเลย นอกจาก ไข่ต้ม , ไข่ดาว , ไข่เจียว และ ไข่ลวก ( เพราะไก่ขยันออกไข่วันละ สิบกว่าฟอง..ต้องอุดหนุนหน่อย )

ถ้าช่างพวกนี้ไม่มา...เราก็คงไม่ได้กินปลาหรอก...ส่วนใหญ่ก็...บะหมี่มาม่า ( ง่ายดี ) หรือไม่ก็ไปกินข้างนอกแทน...ไว้ว่างๆก่อนแล้วจะหัด ( ไม่ถนัดงานเคี้ยว...ถนัดแต่งานดื่ม...เลยไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องกินเท่าไรนัก !

" Survivor game " part 1...Catching the fish



  ช่วงแรกที่มาอยู่นี้ก็ใกล้หมดหนาวแล้ว  เริ่มเข้าหน้าร้อนแล้ว...เริ่มเตรียมปลูกผักสลัดหลายๆชนิด ( อันนี้น่าสน...เก็บกินง่ายหน่อย )  ใช้แนวความคิดเดิม...มั่วสุ่มไปก่อนเลย  ไปซื้อเมล็ดผักต่างๆที่ชอบที่ตลาด ไปขอขี้วัวชาวบ้านบ้าง ขอซื้อบ้าง.. เอาไว้ผสมดิน  นอกจากนี้ก็ทำน้ำหมัก EM เก็บไว้ 1 ถัง ,  อีก 1 ถังหมักสะเดา , พริก ไว้ฉีดกันแมลงต่างๆ ( จำเขามา )







ดินปลูกต้นไม้...ใช้ดินถมที่
หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป

ผสมขี้ว้ว...คลุกให้เข้ากับดิน 

และ  รดน้ำหมักEM แล้วทิ้งไว้สักอาทิตย์นึง


 หยอดเมล็ดแบบเว้นระยะบ้าง
และแบบโรยไปทั่วบ้าง..เปลืองหน่อย
   เปรียบเทียบกัน 2 แนว
การเพาะต้นกล้าก่อน
 แล้วค่อยย้ายลงแปลง
ต้องใช้  2 ขั้นตอน

ถ้าเค้าขึ้นมาแน่นไป เราค่อยถอนบางต้นให้..ไม่แน่นไป (เอาต้นเล็กไปให้กระต่ายกินรอบแรกก่อน )
หลังจากนั้นก็เอาฟางมาคลุมและรดน้ำ...ทุกวัน และ รอ ๆ ๆ





ผลที่ได้ก็น่าพอใจระดับสมัครเล่นนะ
ได้ผักใบไม่ใหญ่นัก และ ผักบางประเภทมีแมลงกินใบ
 บางประเภทก็ไม่เป็นไร...งงจริง!  เดี๋ยวต้องจดบันทึก และลองอีกที..รอบ 2















27/2/59

14 กุมภา 2557..ย้ายเข้า ( เป็นทางการ )

วันนี้แหละ...ฤกษ์ดี
14 กุมภา...วันแห่งความรัก

" ชีวิตชาวสวนเริ่มต้นแล้ว ? "

ที่จริงก็...ไปๆมาๆอยู่ทุกอาทิตย์...งานไม่เสร็จดีนัก  ส่วนใหญ่เป็นงานจัดสวนต่างๆ  ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้  ต่างๆ นาๆ ฯลฯ...พวกสมาชิกที่เหลือย้ายมาหมดแล้ว  คนดูแลบ้านย้ายมาก่อนหน้านี้แล้ว  กำลังหัดเลี้ยงเหล่าสัตว์ประหลาดต่างๆ ( Exotic animal )   ส่วนเรา กับ ครอบครัว ก็ซื้อๆๆๆ...ต้นไม้มาลงกันทุกอาทิตย์

95 วันที่ผ่านมา +++

ลูกๆมาช่วยกันปลูกต้นไม้ , ลงหญ้า ปูบล็อกพื้น , เก็บไข่ไก่ , เลี้ยงปลา , ทำอะไรต่อมิอะไร...
เริ่มได้กลิ่นไอ " ชาวสวน " แล้วละ! 

ทั้งร้อน และเหนื่อยจริงๆ...ไอ้แค่แบกไม้แผ่น  ตอกตะปู  เจาะสว่าน  ทำทางเดินไม้  ให้ห่านลงเล่นน้ำ 
( ปล่อยจากคอกหลายวันแล้ว...ก็ไม่ยอมลงสระสักที..ไม่รู้ ?   เป็นเดือดเป็นร้อนแทนมัน..ทำไม? )

เกิดมาได้แต่สั่งเขา..ชี้นิ้วสั่งคนนี้ คนน้ัน ทำนู้น ทำนี่ ! 
รู้แล้วว่า..ไอ้การสั่งลูกน้องแก้งานใดๆ มันช่างกินทั้งแรงงาน,งบประมาณและกำลังใจมากจริงๆ
นึกสมน้ำหน้าตัวเองแท้...กรรม !

แต่รู้ไหม ?  อะไรที่เป็นความสุข ?...เมื่อได้ทำกิจกรรมกับลูกๆ...ไม่เห็นเค้าบ่นอะไรเลย...คงจะสนุกมั๊ง ?

การได้ทำอะไรๆกับลูกๆ ในสิ่งที่ เราต่างก็ไม่เคยมีประสพการณ์มาก่อน...มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกัน...และได้ช่วยกันทำงานเป็นทีมมากกว่า...และเด็กทุกคนก็อยากมีอิสระทางความคิด...เหมือนกับเราๆทุกคนแหละ

เห็นเขาคิด...แก้ปัญหา...และมีส่วนร่วมได้...เราก็วางใจว่า 

"  ต่อไปเขาเอาตัวรอดเองได้แน่ !

อีกอย่างนึง...สักวันเค้าก็ต้องมาดุแลต้นไม้ที่เค้าปลูกไว้...เวลามันออกดอกออกผล

 ( เด็กๆไฮเทค..ยุคนี้ควรมีโอกาสได้ใช้ชีวิตกลางแจ้งและได้สัมผัสธรรมชาติให้มากที่สุด..)


14 กุมภา 2557

ต้นไม้ประดับ ,  ไม้ผล ,  สวนครัว  ลงได้พอประมาณแล้วละ...สรุปงานที่เหลือ

" งานปลูกผักออแกนิค ! และ การทดลองผสมพันธุ์กระต่ายยักษ์  "



ผลประกอบการ...รอบแรก

ต้นไม้ตกแต่งบังแดด บังฝนเล็กน้อย ผู้รับเหมา " ชำนาญ "จัดเต็ม
ไม่ทราบว่าไปล้อมมาจากไหน ?  หวังว่าคงไม่ได้ไปล้อมมาจาก "เขาใหญ่ " 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลองปลูก..ลองผิดลองถูก-สุ่ม4สุ่ม5 ไปก่อน
แล้วค่อยว่ากันอีกที



ผักสวนครัว..รั้วกินได้

มันก็ไม่ยากเท่าไรนะ...ส่วนใหญ่มันก็ขึ้นงามดี
ปัญหามันอยู่ที่...ปลูกเกินพอ...กินไม่ทัน...ยังไม่เข้าใจช่วงอายุเขาสักเท่าไร !
ส่วนใหญ่เวลาว่างแวะเข้าไป..ก็มักจะแก่เกินไปทุกที
เสร็จกัน..กลายเป็นอาหารกระต่ายหมด


ก็ยังดีที่ปลูกขึ้น..รอบหน้าค่อยวางแผนบริหารจัดการกันใหม่











กระต่ายยักษ์


BUCKY , COCO , DINO
" The Story of  Flemish Giant Rabbit "

" Bucky "
" Coco "
" Dino "
French Lop



กระต่ายเล่นซ่อนหา


อพยพ..วันโลกแตก


ข้าวของเยอะมาก ทั้งคนและสัตว์

โลกใกล้แตกแล้ว..วันนี้ต้องอพยพนก 17 ตัว , กระต่ายยักษ์ 3 ตัว และ กระต่ายแคระ 2 ตัว พร้อมกรง , อาหารสัตว์ และอุปกรณ์อีกมากขึ้นเหนือมุ่งสู่ " บ้านไร่พอเพียง " ลำพังจะจับนก 17 ตัวแยกลงกล่องทีละตัวก็สาหัสแล้ว...เอาไงเอากัน!  ค่อยๆจับ  ค่อยๆขน ใจเย็นๆ...ตั้งใจแล้ว...ก็ต้องทำให้ได้ตามแผน !
( หวังว่าที่ไร่คงจะจัดที่จัดทางเรียบร้อยแล้ว )























    ออกจากกรุงเทพฯก็บ่ายแล้ว  หิวก็หิว  แวะกลางทางก็ไม่ได้ , แดดเปลี้ยง...เดี๋ยวเย็นนี้ได้กิน กระต่าย แกล้ม นกย่าง  แน่นอน !... ซัดไป 3 ชั่วโมง... ขับแบบช้ามาก   กลัวผู้โดยสารเมารถ ... สุดท้ายก็ถึงโดยสวัสดิภาพ    ผู้โดยสารทุกท่านเช็คอินด้วยความเรียบร้อย

REVIEW ห้องพัก " บ้านไร่พอเพียง "

ห้องพัก Family Suite

-  ขนาด 3ย x 2ก x 3ส เมตร
-  พักได้ 30 ตัว ( เต็มที่ )

อาหารเช้า

-  Mallet  หรือ เมล็ดทานตะวัน
-  ข้าวโพดดิบ หรือ ขนมปัง

อาหารเย็น

-  หญ้าขน
-  ใบกะเพรา
-  ต้นตะไคร้







พ้องพักสไตล์ Hostel 

มี 8 ห้องนอน
-  ขนาด 1.05ย x 0.60ก x 0.60ส เมตร
-  พักได้ 1 ตัว

อาหารเช้า
-  อาหารเม็ด
-  หญ้าแห้ง  Alfalfa  หรือ  Timothy

อาหารเย็น
-  หญ้าขน , ใบกะเพรา , ข้าวโพดดิบ

อาหารว่าง
-  ผัก , ผลไม้ ตามฤดูกาล


GUEST  REVIEW 1
" ขวัญ - เรียม "

นก Lovebird คู่แรกที่เริ่มเลี้ยงมาปีกว่าได้..ซื้อมาก็เพราะอยากได้ยินเสียงนกร้องตอนเช้า..เบื่อเสียงรถTaxi ที่วิ่งไปมารับคนในซอยตอนเช้าๆ..แล้วก็ชอบมาจอดขวางทางออกหน้าประตูบ้าน...ว่าแต่น้ำเสียง
 " ขวัญ - เรียม " ( ไม่ใช่ระดับ DIVA เลย )  ถ้าให้ร้องคาราโอเกะคลอกับเพลง..พอทน + 
อยู่ไปซักพักเริ่มออกไข่ มีลูกมีหลานไม่หยุด จาก 2 ตัว..ตอนนี้ 10 กว่าตัวแล้ว  ต้องสร้างกรงใหม่อีกแล้ว
(ลองนึกถึงวง Chorus ชมรม-กลีคลับ..โรงเรียนอนุบาล ที่เพิ่งหัดซ้อมทุกเช้า..อารมณ์ประมาณนั้น )

นกLovebirdเป็นนกรักเดียวใจเดียว  ชอบอยู่เป็นคู่...สายพันธุ์นกแก้วที่มีขนาดเล็กแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
แบบไม่มีขอบตา และ แบบมีขอบตา ( "ขวัญ- เรียม" ) ต้นตระกูลเป็นนกแอฟริกา สีสรรหลากหลายมาก แต่นกเราแบบเบสิคมาก  ราคาถูกหน่อย  บางสีราคาเป็นหมื่นเชียว...อายุเฉลี่ย 15 - 20 ปี 
สามารถเพาะพันธุ์ได้ตลอดปี 
แอบดู ลูกๆ  " ขวัญ-เรียม "
GUEST  REVIEW 2

" บัคกี้ - โกโก้ - ดีโน่ "
วันนีง...นานมากแล้ว...ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนที่ " เจเจพลาซ่า " ไปเห็นกระต่ายคู่นึง...ตกใจมาก
กระต่ายอะไรเนี่ย  ตัวใหญ่มาก  ขนาดพอๆกับเจ้า  French Bulldog ที่บ้านเลย...เชื่องอีกต่างหาก! กลับถึงบ้าน..เข้าเน็ตดูยูทูป..อ่านเรื่องเกี่ยวกับหมอเนี่ย..ทึ่ง..อึ่งไปเลย..
ความหลุ่มหลง เกิดเป็นกิเลศ เข้าไปกระทบใจ...ยังไงต้องไปหามาเลี้ยงให้ได้ !

สุดท้ายต้องไปอิมพอร์ตพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่ชนะประกวดมาจาก USA.. " เฮ้อ "

เลี้ยงไปสักพัก..ก็มีความสุขดี..ไม่วุ่นวาย..น้ำก็ไม่ต้องอาบให้..อึก็ไม่เหม็น...ไม่ขี้บ่น , ช่างเจรจา , ช่างวิพากษ์วิจารณ์ ใดๆ  ช่างเป็นสัตว์ที่สงบเสงี่ยมดีแท้ 
แต่ไอ้ความที่ไม่พูดไม่ออกเสียง " แอบบี้  " แม่พันธุ์  พอคลอดลูกเสร็จ
ก็ป่วยและก็จากไป เหลือทายาทไว้ให้ 1 ตัว " โกโก้ " ลูกน้อย-ตัวเมียรอดอยู่ตัวเดียว ซึ่งเราต้องดูแลเองตั้งแต่อายุเพียงอาทิตย์เดียว

สรุป - มีกระต่ายกรุงอพยพเข้าป่าไปอยู่ไร่ 3 ตัว.. " บัคกี้ (พ่อ) , โกโก้ (ลูก) 
และดีโน่ (เพื่อนสนิท กระต่ายพันธุ์ French Lop) 


บ้านใหม่-อากาศดีกว่าอยู่กรุงเทพฯเยอะ-เดี๋ยวจะปลูกแครอทให้กินทุกวัน






25/2/59

ห่าน..หายไปไหน?


วันนี้..วันส่งมอบไก่ไข่ 20 ตัวและห่าน 1 คู่
มัวแต่วุ่นวาย  กับการต้อนไก่ 20 ตัวเข้าคอก   ไม่ทันสังเกตุว่าคนขายเค้าปล่อยห่านไปก่อนแล้ว
เผลอแปล็บเดียวเจ้าห่านคู่  ก็วิ่งลงน้ำว่ายไปขึ้นอีกฝั่ง...แล้วเดินดุ่ยๆกันออกนอกรั้วเฉยเลย
( รู้ด้วยว่ารั้วตรงไหนพัง !  คงนึกว่าเจ้าของพามาแคมป์ปิ้งหรือไง ? )..ทั้งคนขาย , เราและลูก ก็ออกตามล่าทันที   ห่านทั้งคู่ เดินตรงรี่ขึ้นเขาอย่างชำนาญ   

ชั่วโมงผ่านไป..ตามกลับมาได้ตัวเดียว " เจ้าก๊าบ " (ตั้งชื่อภายหลัง)   ส่วน " เจ้ากิ๊บ " ขึ้นไปร้องประกาศชัยชนะ  ในการพิชิตยอดเขาลูกนี้สำเร็จ...ไอ้เรากับคนขายชักเริ่มท้อแล้วละ!  เวลาก็ปาเข้าไปบ่าย 4 โมงแล้ว  (ให้เวลาเจ้าของตามจับอีกสักพัก )  ระหว่างรอ...กลับบ้านไปช่วยกันทำคอกชั่วคราวขัง " เจ้าก๊าบ " ไว้ก่อน
เอ"เอาไงดี"?..เราไปดักกันคนละมุมเขาดีกว่า  เผื่อจะลงจากเขามาแล้ว !

ในใจเริ่มคิดว่าถ้าไม่ลงมาตอนนี้
พรุ่งนี้ได้กลายเป็นห่านพะโล้   แขวนอย่างเท่ห์อยู่ร้านอาหารหน้าซอยแน่.. 

สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น!  งั้นกลับไปรอที่บ้านก็แล้วกัน  (ไอเดีย บรรเจิด )..บอกชาวบ้านแถวนั้นไว้ดีกว่า..ต้องประกาศนำจับ (เพิ่มค่าหัวสักหน่อย +)

นึกถึงคำ "ลุงแกละ"  เพื่อนบ้านขึ้นมาทันที  เคยปรึกษาแกเรื่อง "การเลี้ยงห่าน"
แกว่า   " คนแถวนี้เค้าไม่เลี้ยงห่านกันหรอก..จะเลี้ยงห่านได้มันต้องมีบารมี "

    ++เราคิดในใจ..อะไรกันนักหนากะอีแค่แค่ห่านเนี้ยนะ++

แต่ตอนจ่ายเงิน  เริ่มเข้าใจละ..ไอ้ความใจร้อน + รีบสั่ง...โดยไม่ถามราคาก่อน..นึกว่าเทียบกับราคาไก่ไข่รุ่นที่ตกตัวละ 250 บาท...ห่านมันจะเท่าไรกัน ?( ขนาดห่านพะโล้ท่าดินแดง...เคยซื้อแบบ Ready to eat อย่างมากก็ตัวละ 800-1000 บาท...พร้อมน้ำจิ้มต่างหาก...เท่าที่จำได้นะ ! )

ที่ไหนได้..ห่านพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เนี่ย ตัวประมาณ 2พันถึง5พันเชียวนะ
( เริ่มเข้าใจคำพูดลุงแกละแล้วว่าทำไม?..คนแถวนี้เขาไม่เลี้ยงกันหรอก!  )

กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า  กินข้าวเย็น...เตรียมทำใจได้แล้ว !

ได้เวลา 4 ทุ่ม...เริ่มได้ยินเสียง  "เจ้าก๊าบ" ร้องเรียกแฟน "เจ้ากิ๊บ" 

คงเป็นห่วงว่าอยู่บนเขามีอะไรกินไหม ?..และแล้วก็ได้ยินเสียงร้องตอบมาจากยอดเขาเป็นระยะๆ..ทำเอาเรานอนไม่หลับทั้งคืน..จนกระทั่งราวตีสามตีสี่ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นแสดงว่า "เจ้ากิ๊บ" ลงมาจากเขาแล้วละ (คงจะหิวโซ)  เราก็เริ่มวิตกอีกว่าจะต้อนจับกันอีท่าไหน ! ตัวเล็กซะที่ไหน...ท่าจะดุเอาเรื่องอยู่นะ !
แต่สุดท้าย..ชีวิตนี้ยังพอมีโชคบ้าง..ไอ้บารมีคงไม่มีจริงหรอก !

ชาวบ้านแถวนั้นเขาจับมาให้แล้ว  นำมาแลกรางวัลเป็นเบียร์ 6 แพ็ค...เป็นอันปิดคดี

จะว่าไปชาวบ้านแถวนี้เขาก็ธัมมะธัมโมอยู่นะ.. ปกติเค้าไม่ลักขโมยสัตว์เลี้ยงกันหรอก
( ยกเว้นพวกติดยา..ที่มีอยู่ทุกหนแห่งในโลกแหละ )

ขนาดไก่เดินชนกันเต็มซอย...เค้ายังรู้เลยว่าตัวไหนเป็นไก่ของใคร..ของใคร ?  ไก่พวกนี้...สังสรรค์กันเสร็จ   ตกเย็นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน   บ้านใครบ้านมัน..?


ห่าน "กิ๊บและก๊าบ"
สายพันธุ์ " Chinese white "

เค้าว่ากันว่าเลี้ยงห่านไว้เฝ้าบ้านได้..และถ้าเลี้ยงห่านแล้วจะไม่มีงู..แล้วมาดูกันว่าจริงไหม ?






พักสมอง"คิดนอกกรอบ"

Brainy 2




24/2/59

ปลดปล่อย..ชีวิต





              เริ่มมีน้ำเต็มบ่อหลังฝนแรก  ว่างๆไปเดินตลาดเจอ  เต่า , กบ , ปลาดุก ,  ปลาช่อน เลยขอซื้อแม่ค้าเอามาปล่อยในบ่อเราซะ!  รุ่งเช้ากะว่าจะเอาอาหารมาให้ซะหน่อย..หลบหนีกันไปหมดซะแล้วหนอ..ธรรมชาติ !
คงรีบไปจับจองที่ดินทำกินกัน...แล้วเจอกันวันหน้า












ต่อไปก็ปล่อยไก่ไข่เข้าเล้า  หาซื้อไก่ไข่จำนวนแค่ 20 ตัวหายากมาก ต้องหาจากฟาร์มไก่แถวๆบ้านให้เค้าจัดส่งด้วย ตามสเปคเพราะไม่เคยเลี้ยงไก่เลย แค่อ่านตามเน็ต..ก็งงๆแล้ว เอาเป็นว่าเอาไก่รุ่นเลยพร้อมไข่ทันที  จะได้แข็งแรงหน่อย  หาซื้ออาหารเม็ดง่ายหน่อย 
 ( ช่วงทดลอง ) 
ในที่สุดก็ได้ไก่มาจากฟาร์มแถวพระพุทธบาท สระบุรี  แถมมีห่านให้อีกคู่ด้วย...เยี่ยมยอด


ความผิดพลาด ! 

วันนึงไปเดินสวนเห็นไก่แจ้ญี่ปุ่นน่ารักดี ก็ซื้อมาปล่อย 3 ตัวตามแฟชั่น...จำได้ว่าตัวละเป็นพันนะ...สุดท้ายก็จากไปโดยไม่ทราบสาเหตุ...ว่ากันว่าซื้อไก่ที่สวนมีสิทธิ์ติดโรคมาก ? สงสารมัน และรู้สึกผิดมาก (ไม่ได้เสียดายเงินนะ)

ตอนแรกกะจะเลี้ยง  เต่าทะเลทราย , เป็ดแมนดาริน , ม้าแคระ  แนวไฮโซ  ฯลฯ. เชื่อคนง่ายจริง !...
ลืมตัวไปหน่อย...ตั้งเป้ากะว่าจะหัดปลูกพืชแท้ๆ...เผลอใจคิดจะไปเปิดสวนสัตว์ ซะแล้ว ( เกือบไปแล้ว )

หลังจากนั้น...คิดใหม่ ทำใหม่...

สัญญาว่าจะไม่ซื้อสัตว์เลี้ยงสวยงามแล้ว...ถ้าจะซื้อสัตว์เลี้ยงอีกก็เอาแบบที่ชาวบ้านเค้าเลี้ยงกันแถวนี้แหละ...พอแล้ว...เค้าน่าจะแข็งแรงและปรับตัวได้เร์วกว่า...ดูแลง่ายกว่า!  เพราะคงเลี้ยงเค้าแบบปล่อยอิสระตามธรรมชาติจะดีกว่า  แล้วต้องทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วย ( ดูอย่างไก่ไข่เป็นตัวอย่าง )
ไม่เอาแต่สวยอย่างเดียว...อยู่บ้านนอก...สวยตามธรรมชาติ...ไม่ต้องปรุงแต่งมาก!
สวยโดดเด่น...ไม่ถึงเดือน...เสร็จไอ้โจรป่าแน่ +

ธัมใจ 1 ความสมบูรณ์แบบ

บทสรุป 1 : ธัมใจ "คุณภาพที่พอเพียง"






งานต่างจังหวัด บ้านหลังเล็กๆ งบน้อย ขนาดว่าเตรียมแผนผลิตมาอย่างดีแล้ว ก็ยังไม่จบง่ายๆ
การคาดหวัง , ความสมบุรณ์แบบ  , ธุรกิจ ,
ความเครียด , ความเคยชิน , ความกดดัน  ฯลฯ
มีอยู่ในหัวทุกๆวัน...แต่แกล้งลืมมันไปซะ!
ก้มหน้าก้มตาทำงานไปบ้าง . กิน , เที่ยว , ซื้อของ ฯลฯ ( เดี๋ยวก็ลืมเอง+บางทีหมดเบียร์ไปเป็นโหล )

เพื่อจะขจัดความทุกข์นั้นๆ เพื่อให้ได้งานที่สมบูรณ์แบบ!  มันช่างสุดยอดการเอาตัวรอด "วิถีคนเมืองจริงๆ"  แต่งานนี้บ้านก็บ้านเรา , ช่างก็เพื่อนกันบ้าง , หาแถวๆนี้บ้าง และก็ไม่ได้ต้องไปทะเลาะกับลูกค้าคนไหน , เงินก็เงินเรา " ถ้าไม่หยุด...งบบานไปเรื่อย "

" น้อยไว้ ๆ , พอเพียงเพียงพอ , พุทโธๆ " ...คาถาเดิม

" หยุด ...เราจะหยุดแล้วละ ! " 

คิดได้แล้ว เรามาทำความเข้าใจในความจริงที่เกิดนี้ดีกว่า

  1. บ้านหลังนี้ แค่บ้านไร่เป็นที่พักพิง , ที่ทดลองใช้ชีวิตทำการเกษตร ไม่ใช้ "บ้านหลังที่ 2 "
  2. ความสมบูรณ์แบบแค่นี้ก็พอเพียงแล้ว อยู่ไปมีปัญหาอะไรๆ...ให้มันผ่าน ร้อน หนาว ฝน ก่อนแล้วค่อยแก้ไข
  3. บ้านก็ไม่ได้มีไว้อวดใคร,ให้ใครเช่าถ่ายหนัง หรือ ถ่ายลงหนังสือใดๆ มันเป็นสไตล์บ้านแนวความคิดสวนทางชาวบ้านเรียกว่า "การออกแบบบ้านที่ไม่เชื้อเชิญใคร" ( คิดได้ไง ? )
  4. ช่างไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดหรอก...ทำได้แค่นี้ก็เก่งแล้ว...งานลองผิดลองถูกเป็นแบบแหละ +
  5. ความสมบูรณ์แบบ ไม่มีจริงๆหรอก  เสน่ห์งานอยู่ความไม่สมบูรณ์แบบต่างหาก...ตำหนิเล็กๆน้อยๆ ดูแล้วมันมีที่มาและหมายเหตุในตัวมันเอง "เราเองเท่านั้นที่รู้แหละ !"

 ธัมใจได้...จบด้วยความเข้าใจและตวามสุขโดยแท้...คิดว้าบ้านทดลองหลังนี้เป็นมิวเซียมของเรา,เก็บความผิดพลาดไว้ดูเล่นทุกวัน...แล้วมันก็ฉลาดขึ้นเองแหละ...ไม่โกรธ , ไม่เกลียด , ไม่แก้ไขใดๆ และยังมีมุมมองที่ดีดีกับช่างทุกคน 

" ถ้าไม่มีช่างสิมหมู่ก๋วนนี้นะ...บ้านหลังนี้ไม่มีทางเสร็จหรอก "
"ขอบคุณทุกๆคน ที่ลุยกันจนสำเร็จ"
"สุดท้าย...สรุปปัญหาทุกสิ่งเราเป็นสร้างขึ้นมาเองในใจแท้ๆ  จะแก้ก็ง่าย  แก้ไขคว่ามคิดเราเองดีกว่า"

พอเป็นพอ!

หนาวแล้ว สิ้นปี 2556

บ้านไม่เสร็จสิ้นสักที...ตามสไตล์การก่อสร้างแบบไทยๆ

แต่เราก็ไม่ควรพลาดบรรยากาศหนาวนี้นะ  อยู่กับช่างที่แหละ...ไม่งั้นไม่จบแน่สิ้นปีนี้
เลยตัดสินย้ายเข้ามาอยู่เลย ...อะไรบ้างที่ยังขาดเหลือ ?

- งานเก็บทั่วไป เก็บได้ทุกวัน... ไม่สิ้นสุด , เก็บงานไม้-ไปโดนงานปูน-เก็บงานปูน-ไปโดนงานสี-ไปงานสี   กลับไปโดนงานไม้ หมุนเวียนอยู่ใน " วัฏสงสาร " นี้
- งานเฟอร์นิเจอร์...ตอนนี้ก็เสื่อผืนหมอนใบไปก็แล้วกัน...ถ้าไม่มีน้ำก็ไปอาศัยโรงแรมแถวๆนี้ได้
- งานปลูกต้นไม้  ก็อยูไปค่อยๆทำไป
- งานขนย้ายสัตว์ต่างๆ ปล่อยหมู หมา ปลา ไก่ ฯลฯ ทำนองนี้
- ติดต่อคนสวนเฝ้าบ้าน

" เหลือพอประมาณเลย " 


พาโน360 "ที่รอคอย"

ชานบ้านและระเบียงบ้านแบบไทยๆ

มองออกไปวันแรกๆ ชวนให้คิดจริงๆ  

"มันช่างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจริงๆ บ้านเรา..ทั้งๆพื้นที่ที่ซื้อ..มีอยู่แค่หยิบมือ"
"ไม่มีหลังคาบ้านใครเลยหรือ...แถวนี้"
"ถ้าเป็นไรไป...แจ้ง191 เค้าจะมาถูกไหมเนี้ย"
"เสือ สิงห์ กระทิง แรด ไปอยู่ไหนกันหมด "
"กลางคืนมันจะเป็นไงเนี่ย" สงสัยอยู่แถวนี้ได้เจอ UFO แน่ๆสักคืนใดคืนหนึ่ง

เค้าเรียกว่า "ภาวะจิตฟุ้งซ่าน"  เพื่อนบอกมา  "อยู่ไปก็ชินไปเองแหละ"

"คืนละกั๊ก ไม่ต้องถึงแบน ก็หลับสบายแล้ว"  เค้าแนะนำ

แต่ยังไงซะแนวความคิดชานบ้านกว้างๆ ระเบียงพาโน 360องศา น่าจะมาถูกทางแล้วละ





20/2/59

อยากสวยหล่อ...ต้องผัก

ผัก..ขาดไม่ได้
" ไม่เคยชอบทานผักเลย..วงจรชีวิตเปลี่ยนเมื่อใดกัน " 
   พยายามคิดว่า ตกหลุมรักเค้าตั้งแต่เมื่อใรกัน ?"
คาดว่าเมื่อสมัยเรียนอุดมศึกษา..แบบว่า เริ่มหัดทานของมึนเมา เข้าร้านลาบอีสาน..แซ็บกันหลายๆ
กับเพื่อนเป็นประจำ...แล้วท้ายสุดร้านปิด...แบบว่ายื้อไม่กลับ..ขอนั่งต่อ...ครัวปิด...ก็เลยเริ่มหัดทานผักแกล้มเหล้ามั๊ง !   

แก่แล้วนะ..จำอะไรได้ไม่แม่นยำเหมือนเดิม..เอาว่าเพิ่งได้ยินว่าแก่แล้วควรจะทานแต่ 
" ผัก กับ ปลา " ให้มาก  ทำฟาร์มผักเล็กๆ ก็แล้วกัน ( บ่อน้ำมีแล้วเดี๋ยวปลาก็มา ) , เอาเลย ! 
ยังไงๆ ลูกสมุน กระต่าย , เป็ด ,ห่าน , ปลา...เค้าจัดการที่เหลือให้...ไม่เสียของหรอก ! 

" คิดจะทำอะไร..ก็อย่าสร้างขยะ...ปัญหาให้คนรอบข้างก็แล้วกัน "
คติประจำใจ


คอกผักโดนใจ
" ใช้ไม้ที่เหลือจากงานก่อสร้างบ้านมาทำต่อ "



















































เทคนิคพิเศษ :
วิธีง่ายๆที่จะฝังเสาไม้ยูคาโดยไม่ต้องขุดหลุมเทปูน...เพื่อรักษาเนื้อไม้ไม่ให้ผุ ?

เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง  ย้ายแปลงผักนี้ในอนาคต  ก็เลยไม่อยากทำอะไรๆที่ถาวร
นัก   เกลียดตอนรื้อถอนแท่งปูนในอนาคต ...เลยใช้วิธีห่อถุงขยะดำที่โคนเสาแทน 
เพื่อๆไม่ให้โคนเสาโดนอากาศและน้ำ  จะยึดอายุเสาไม้จากความชิ้นและปลวกได้นานขึ้น...ลองทำดูแต่...ถ้าเสาไม้บ้านใครปลวกขึ้นเยอะ! เอาไปทำบุฟเฟต์ให้ไก่ไข่เลย...Happy  ถ้วนหน้า!

บางทีการมีปลวกก็ไม่เลวนัก ถ้าไม่อยู่ใกล้บริเวณบ้านนะ...หน้าฝนได้ทั้ง แมงเม่า ( ชาวบ้านนิยมมาคั่วทาน...ลองแล้วละ!  คลุกเกลือนิดหน่อย เยี่ยม..โปรตีนล้วนๆ ) โดยเฉพาะแถวบ้านเค้าเรียก
แมงเม่ายักษ์  ตัวใหญ่กว่าแมงเม่ากรุงเทพฯเกือบสี่เท่า

ส่วนปลายฝนต้นหนาว...ถ้าไม่เอาไปคั่วทานหมด...เก็บไว้บ้าง...บริเวณแถวๆจอมปลวก ก็จะเกิด
เห็ดปลวก ภาษาชาวบ้าน  หรือ ( เห็ดโคน ) นั่นเอง..
.
ราคาแพงมาก และรสชาดดี...มีแค่ปีละครั้งนะ!

" คอกไก่ " ออแกนิค

ไก่ไข่..ไข่ออแกนิค?

บังเอิญมีตู้เหล็กเหลืออยู่ใบนึง...เอามาปรับรีไซเคิลใหม่  อ่านตำราฝรั่งบ้าง...ไทยบ้าง
สรุปว่าจะทำคอกเลี้ยงไก่ไข่สัก 20 ตัว...สำหรับไก่ไข่  เราคงมีไข่กินวันละ 15-20 ฟองเลยนะ! เยี่ยม !
ปรับแบบ...ทำเลย...หมู ๆ   อย่างว่าทำเสร็จแล้วไก่มันคงไม่มีปัญญา comment + complain 
เราเหมือนมนุษย์ช่างคิดหรอก


แบบฝรั่งมืออาชีพคิดละเอียดจริง สวยงามแท้

อ่านไปศึกษาไป   พร้อมกับแบบไทยๆแบบพอเพียง  คงต้องปรับหลายจุด..สรุปสั้นๆได้ว่า

1. เมืองร้อน..ต้องระบายอากาศได้ดีมาก , ลมโกรก แต่ต้องกันฝน และ ลมพายุได้ด้วย
    (อากาศยิ่งร้อนเชื้อโรคยิ่งเยอะ )
2. ต้องมีพื้นที่ให้ ไก่วิ่งเล่น เข้าฟิตเนสทุกวัน
3. กรงต้องแข็งแรงและปลอดภัย พูดง่าย กัน งูเหลือม , ตะกวด , หมา , ช่างก่อสร้าง หรือใครก็ตามเข้าใกล้ (อาจต้องสแกนม่านตา) หวงมาก 555
4. ต้องดูแลทำความสะอาด และให้อาหารง่าย...ตลอดจนการเก็บไข่ด้วยนะ


เสร็จแล้ว ! ประมาณนี้...คอกไก่ไข่ ออแกนิค สไตล์ " รีไซเคิล "




หมายเหตุ : 
1. ทำได้ไม่เหมือนแนว " พอเพียง " ซะทีเดียว..เพราะคอกไก่ไม่ได้ลอยเหนือน้ำ และ ปล่อยให้ขี้ไก่ลงน้ำให้ป..ปลากิน  แต่เดี๋ยวเราจะเอาผ้าใบไว้ใต้กรงก็แล้วกัน   แล้วค่อยโกยลงน้ำให้ปลากินแทนนะ!
2. รอฝนแรก!  บ่อแห้งเชียวนะ..ความรู้สึกเหมือนเพลง " ข้าวคอยฝน " เลย










สุ่ม4 สุ่ม5...ทำสวนนะ

ต้นไม้ใหญ่...จัดลงเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์
ที่เหลือก็รอฝนแรกแล้วละ

สุ่มคิด...กะว่าจะลองผิดลองถูกไปก่อนปีแรก...ดังนั้น...อย่าไปทำอะไรๆที่สิ้นเปลืองเลย
" ไม่เอาสวนสวยเนี๊ยบ..สไตล์คนกรุงนั้น..ต้องดูแลเอาใจใส่มาก  ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างไม่ได้เลย "


สุ่มแบ่งโซนเลียนแบบฟาร์มพอเพียงของชาวบ้าน 

1. พืชผัก-ผลไม้ทุกชนิด  ต้องทานได้หมด  และมีประโยชน์ต่อทุกๆชีวิตที่นี่ด้วย ! และจะต้องปลูกสไตล์ออแกนิคด้วย

" ชอบแนวคิด..สร้าง Supermarket ไว้ให้ลูกหลาน "

ไม่รู้ไปจำมาจากไหน?  ใครพูด?  ใครเคยได้ยิน..ช่วยบอกด้วย...สุดยอด - คิดได้ไง ?

แล้วก็คำว่า  " รั้วกินได้ "  คิดคำได้สร้างสรรค์จริง...สุดยอดแรงบันดาลใจ...ขอบคุณมากตรับ

2. ไม่ต้องดูแลมาก   เอาแบบทนทานสุดๆ   ถ้าเค้าจะรกก็รกไป..ยิ่งรกยิ่งสวย   เป็นธรรมชาตินะ
งูเงี้ยวเขี้ยวขอ   ไม่กลัวหรอก  ทางใครทางมัน   ( พูดไปงั้นๆแหละ..ทำเป็น  cool..ที่จริง..ก็รู้ๆกันอยู่  )

3. หาซื้อ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ใกล้ๆแถวนี้แหละ    แสดงว่าเค้าปรับตัวได้แล้ว...โง่ๆอย่างเรา....ยังไงก็น่า
ปลูกขี้นแน่!...(หวังล้มๆ-แล้งๆ )

4. สำหรับไม้ผลยืนต้น...ค่อยๆ เลือกดีๆ..แล้วกันนะ  ใช้เวลาหน่อย !

บางทีวัชพืชก็สวยดีนะ...WHY NOT 7-11 ? Good Idea ! เทคนิคขับรถรอบๆบ้านรัศมึ  10 กิโล.  คิดซะว่าขับรถเที่ยว   ชอบต้นไหนตามริมถนน  ก็ขอเจ้าของที่เลยแต่อย่าลืมเอา จอบ , เสียม กับคนสวนไปด้วยหน่า ! ทำมาแล้วละ..คนต่างจังหวัดใจกว้างดั่งอ่างเก็บน้ำเลยแหละ

ผังแบบดิบๆสุกๆ ...ดูๆแล้วลงทุนพอไหว



พลังแห่งธรรมชาติ

พายุฤดูร้อน 20 มีนาคม 2557

ไม่มีวี่แววใดๆมาก่อน  ท่ามกลางอากาศที่ร้อนสุดๆ  บ่อน้ำก็ยังไม่มีน้ำเลย...รอหน้าฝนนี้แหละ!  ยังดีที่ยังพอมีน้ำบาดาลใช้  ยังไงก็คงต้องประหยัดน้ำให้มากที่สุด  สงสารต้นไม้ที่เพิ่งเริ่มลง...ยังไม่ทันไรอาการเริ่มออกแล้ว

ช่วงหัวค่ำ..เริ่มรู้สึกชื้นๆ...แต่อบไปด้วยความร้อนเหมือนอยู่ในเซาว์น่า อยู่ดีดี...ลมก็แรง และแรงขึ้น ตามลำดับ...พายุฝนเข้า...ตามด้วยลูกเห็บ ขนาดเท่าลูกกอล์ฟอีกนับพัน...อยู่นานเกือบชั่วโมง
ช่างทุกคนหนีเข้าไต้ถุนบ้านกันหมดเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน














             เช้าตรู่...ออกสำรวจความเสียหาย...กระเบื้องมุ้งหลังคาหลายแผ่นหลุดลอยไปไกล  บางแผ่นไปไกลกว่า 400 เมตร  แต่ที่แปลกรัศมีที่เกิดพายุลูกเห็บเป็นช่วงแคบๆ รัศมีไม่เกินกิโล ถามชาวบ้านละแวกนั้น...บางคนไม่เจอพายุเลย...แปลกมาก  มันคงขึ้นกับอุณหภูมิที่พื้นผิวดิน และ อุณหภูมิโดยรอบที่มีความแตกต่างกันมาก เพราะแถวนี้ไม่มีต้นไมใหญ่เลย และดินก็แห้งมาก


เรื่องราวพายุฤดูร้อน

พายุฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนหรือเรียกว่าพายุฤดูร้อนจะเกิดขึ้นในช่วง เดือนเมษายนหรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน  ขณะที่อุณหภูมิในภาคต่างๆเริ่มสูงขึ้น   เนื่องจากแกนของโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร   ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวและชื้นในภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตอนบนของภาคกลาง 

อากาศที่อยู่ใกล้ผิวพื้นจะมีอุณหภูมิสูง ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดมา จากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ในระยะนี้ถ้ามีลมเหนือ (อากาศเย็น) พัดลงมาจากประเทศจีนคราวใดจะทำให้อากาศสองกระแสกระทบกัน ทำให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน 

เป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรงและรวดเร็ว มีฟ้าแลบ (Lightning) ฟ้าร้อง (Thunder) และฟ้าผ่ารวมอยู่ด้วย นอกจากนี้มักจะมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเกิดขึ้น บางครั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองนี้เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นมีน้อยครั้งที่เกิด ขึ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง

โดย ทั่วไป พายุฤดูร้อนนี้มักเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

เนื่องจากการแผ่ลิ่มของความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมาบริเวณภาคเหนือและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและชื้น มีการยกตัวของมวลอากาศอยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อมีอากาศเย็นจากบริเวณความกดอากาศสูงซึ่งมีลักษณะจมตัวลงและมี อุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้มวลอากาศร้อนยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นก็จะเจริญขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอุณหภูมิยอดเมฆต่ำกว่า -60 ถึง 80 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิดลูกเห็บตกได้






19/2/59

ผังชีวิต " ต้นไม้ "

                                                                                                                                                                         ปลูกต้นไม้ - เลี้ยงคน - เลี้ยงสัตว์ 

เริ่มจากการวางผังชีวิตให้กับ "บ้านไร่พอเพียง"

หมายถึงการสร้างระบบออแกนิคจากรากฐาน ตั้งแต่การปลูกต้นไม้ใหญ่ไปจนถึงต้นหญ้า 
พืชยืนต้นไปจนถึงพืชล้มลุก , สัตว์ใหญ่ไปจนถึงสัตว์เล็ก...ซึ่งทุกชีวิตจะต้องดำรงอยู่ร่วมกัน...พึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างสมดุลย์

โดยมีมนุษย์เป็นผู้จัดการ...และพยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ " ออแกนิค " นี้ด้วย

จากปัญหาเรื่องร่มเงา สิ่งแรกที่ต้องการคือ ต้นไม้ที่มีลำต้นสูงใหญ่และมีทรงพุ่มที่กว้าง
และเนื่องจากด้านทางเข้าเป็นทิศใต้..สรุปว่าเลือก ต้นปีบ และ ต้นแคนา ที่มีลำต้นสูงพอให้ลมทางทิศใต้ผ่านตัวอาคารได้ในหน้าร้อน  สำหรับต้นแคนามีหน้าที่บังแดด และ ฝนที่จะสาดเข้าทางห้องครัวชั้น2




ด้านทางทิศเหนือ   ซึ่งดูเหมือนด้านหน้าอาคารมากกว่า ( บ้านนี้หลังบ้านเป็นทางเข้าหลัก ! ) 
บริเวณชานระเบียง ชั้น 2...ต้องการต้นไม้หลักที่ใหญ่มาก   อยากให้คลุมพื้นที่ระเบียงให้มากที่สุด 
โดยเลือก  ต้นจัน..1 ต้น ( คิดว่าน่าจะเอาอยู่ )

ส่วนด้านข้าง...ทิศตะวันออก  ลงต้นแคนาสัก 2 ต้น เพื่อบังแดดและฝน  ด้านห้องนอนใหญ่ชั้น 2 


























           สาระ - หวังว่าลูกจันจะให้กลิ่นหอมทั่วบ้าน และ คอกแคนา มีรสชาดดีกว่าที่กรุงเทพๆ 
              ถึงยังไง+ ยังมีเป็ด  ห่าน  กระต่าย  รออยู่..ซึ่งคงไม่ขี้บ่นเหมือนมนุษย์
              ก้านธูปฤาษี...มีอยู่แล้วรอบๆบ่อน้ำเดิม...ควรระวังช่วงออกดอกคงต้องตัดแต่ง เพราะเกสรจะ
              ปริวไปทั่วบ้าน  ถ้าไม่อยากทำความสะอาดมุ้งลวด
              ( ไม่แนะนำสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ )

มิชชั่น 5 : ใกล้ความจริง !

ใกล้หนาวแล้ว!
อยากย้ายเข้าแล้วละ..." บ้านไร่พอเพียง "
ที่เหลือคงเป็นงานหิน คือ เริ่มลงต้นไม้ ?
ซึ่งไม่ถนัดเอาซะเลย


ชานบ้านไทย ร้อนมาก
ขนาดวางอาคารขวางลมทิศเหนือ-ใต้แล้ว  แดดเมืองไทยสุดๆจริง คาดว่าไม้เก่าที่ปิดผิวกล่องคงจะทนได้อีกแดดเดียว หรือเปลี่ยนชื่อเป็น
"บ้านแดดเดียว " ซะเลย

"อะไรจะเกิดมันก็คือธรรมชาติ"

เคยลองใช้สีทุกยี่ฮ้อแล้วละ
ยังไงๆก็เอาไม่อยู่  ต้องมาลอกสี
ทำสีกันอยู่ร่ำไป

เอาเป็นว่าลง Teak oil โลชั่นบำรุงผิวไม้ก็พอมั๊ง ง่ายหน่อย
หมดฝนก็ทาสักที รับหน้าหนาว
หลังจากนี้ถ้าเบื่อก็เล่นสีน้ำเลย
ถ้าไม้ไม่ผุซะก่อน  แต่ก็คงอีกสักสองสามปี (คาดว่า) ถ้าผุหมดก็รือเปลี่ยนใหม่ จะได้มีอะไรทำอยู่เรื่อย แก้เซ็ง!

"ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรอก..ทุกอย่างก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไข กันไปตามฤดูกาล"

บางทียิ่งเก่า..ยิ่งเท่ห์นะ!

จะไป  Face Off  ทำไม ?
ถ้าปลวกกินถึงจะซ่อมแล้วกัน
จะได้เห็นความเป็นไปตามธรรมชาติ

"ปัญหาอะไรๆ มันยังไม่เกิด..ไม่ควรคิดวิตกมากไป"

เพียงแต่เตรียมทางแก้ไขไว้บ้าง
( แต่ทดไว้ในใจก่อน )
ไปเตรียมงานปลูกต้นไม้ ขั้นตอนต่อไปดีกว่า
จะได้ย้ายทันหนาวนี้

กลับไปค้นคว้า , ศึกษา...ก่อนจะวางแนวทาง,วางตำแหน่ง
ปลูกพืช ผัก ไม้ผล
ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ฯลฯ




18/2/59

พักสมอง"งบประมาณ"

Brainy1

มิชชั่น 5 : ลุยต่อ..Let's Finish!

ลุยกันต่อ+
หลังจากปรับเพิ่มงบประมาณ  จัดซื้อวัตถุดิบไม้เก่าเพิ่มเติม ก็เริ่มงานต่อระเบียง ชั้น 2
เริ่มเห็นภาพแล้วละน่าจะมาถูกทาง

" การใช้ชีวิตอยู่ชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัว และได้ความรู้สึกที่ปลอดภัย จากทั้งคน และสัตว์ป่า ต่างๆ "

นอกจากนี้ยังได้มุมมอง - วิวเนินเขา และ บ่อน้ำ , สวนผัก , คอกไก่ , เป็ด , ห่าน ฯลฯ
ที่เรากำลังจะเนรมิตขึ้นมา...เพิ่มภาระให้ตัวเองดีแท้ !

" จากมุมมองชั้น 2 ทำให้เราตรวจและสำรวจความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นใน " บ้านไร่พอเพียง "ได้ชัดเจน "




ดูๆไปตอนนี้...ยังเหลืองานจัดสวนเกษตรอีกเยอะ