7/3/59

วันที่น้ำหลาก

รรมชาติ..ไม่มีแบบแผน

วามสมดุลย์  -  ถ้าร้อนเกิน เดี๋ยวฝนก็ตกเอง , ถ้าฝนตก ต้นไม้ก็งาม , ต้นไม้งาม ปีหน้าก็อิ่มสบาย
ถ้ามันเป็นไปตามอดีตก็คงดี   พอคาดการณ์ได้บ้าง   เดี๋ยวนี้ไม่มีฤดูกาลแน่นอนแล้วละ

มันอยู่ในสภาะที่โลกกำลังปรับสมดุลย์...เค้าคงจะต้อง  ปรับแกน  แรงเหวี่ยง  การหมุน  อุณหภูมิ
สักพักใหญ่ๆจนกว่าน้ำแข็งขั้วโลกจะหยุดละลาย  และ  เฉลี่ยน้ำหนักน้ำที่ท่วมทั่วถึงกันทั้งโลกก่อน...
จึงจะปรับสมดุลย์ได้มั๊ง ?

ข้าใกล้หน้าหนาวไปทุกที..ปลายตุลาแล้วนะฝนก็หยุดไปพักนึงแล้ว..กุ้งก็เพิ่งปล่อยไปสักอาทิตย์เอง
วันนี้ผ่านเที่ยงไป ไม่มีแดดฝนตั้งเค้า และ สุดท้าย ฝนก็เทลงมาอย่างไม่คาดคิด


ปล่อย..น้องกุ้ง

วัดไผ่โรงวัว : นัดรับกุ้งก้ามกราม

นัดเรียบร้อย  แผนที่พร้อม..ทางเข้าวัดคือจุดหมาย  ลุงบอกจากถนนใหญ่เกือบ3กิโลถึงแน่
ขับไปเรื่อยสุดทางประมาณได้สัก15โล..แม้แต่ระบบนำทางยังงง..มันเป็นทางเข้าสวน ถนนน้อยใหญ่..สายไป 2 ชั่วโมงกว่าแล้ว  ไม่อยากสายมากเพราะไม่อยากถึง " บ้านไร่พอเพียง " ดึกเพราะต้องทำพิธีปล่อยกุ้งด้วย..เดี๋ยวมืดซะก่อน !

คุยไปคุยมากับลุง..เค้าคงปลงเราเหมือนกัน  แบบว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ( รู้แต่รสชาดไง! ) ไม่รู้วิธีเลี้ยง , อาหารกุ้ง , วิธีอนุบาลกุ้งเลย..กะว่าจะเริ่มอ่านเย็นนี้แหละ...เค้าคงสงสารกลัวเราเลี้ยงไปก็ตายเปล่า...ก็


ทฤษฎี CO-CULTURE

บนน้ำ-กลางน้ำ-ใต้น้ำ 3 in 1..ในบ่อเดียว


ะบบ Co-culture นี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ของการเลี้ยงสัตว์น้ำ 3 ชนิดร่วมกัน ทั้งปลาทับทิม กุ้งก้ามกราม และกุ้งขาว 
การเลี้ยงปลาและกุ้งร่วมกันนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ จากการส่งเสริมซึ่งกันและกันของปลาในกระชังที่ต้องมีการตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ส่งผลให้กุ้งซึ่งอาศัยอยู่ใต้บ่อก็สามารถเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น 

การเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังในบ่อควบคู่กับการเลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำในบ่อเดียวกัน ด้วยระบบ Co-culture ช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่หลากหลาย มีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ  ที่สำคัญยังเป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การเลี้ยงระบบนี้ ถือเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากในการเลี้ยงปลา


6/3/59

" จิตว่าง ? "

จิตใจเรา..ยากแท้จะหยั่งถึง ?



ยู่กับตัวเองสักพักใหญ่
รู้จัก..พูดคุยกับตัวเอง..ทุกคืนๆ มาพอประมาณแล้วนะ

ด้วยความเงียบสงัดนี้..แบบว่าแบ็ตหมดพลังงานแล้ว..เครื่องจะต้องหยุดทำงานแล้วละนะ+++
มันเงียบจริงๆ+..ที่จริงๆ มันมีเสียงร้องห่านบ้าง..ตุ๊กแก,จิ้งจก,จิ้งหรีด,สุนัขบ้าง..แต่มันชินแล้ว..ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยละ

ม่ได้ฟังเพลงใดๆแล้ว..เพราะรำคาญสัญญานเน็ต  ( ไม่ดู ,ไม่แช็ท, ไม่ไลน์แล้ว ติดๆดับๆ )
" เออ..ก็ดี..ไม่ต้องดิ้นรน..ดีเหมือนกันนะ " !


ยิ่งเงียบและเงียบไปเรื่อย..และแล้ว..พลังงานจากทุกดวงดาวก็วิ่งเข้ามาในหัว..เหลือเชื่อ !

ตอนนี้..ก็พอมีไอเดียบ้างนะ..การทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียงนี้  
ยังคงประเมินอะไรๆไม่ได้..มันยังไม่นิ่งเท่าไร..แต่น่าจะจดบันทึก..ความรู้สึกแต่ละคืน
สภาพอากาศ..สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ฯลฯ
เผื่อจะมีประโยชน์ในอนาคตบ้าง+++

รอครบสักปี..ค่อยสรุปผลสักครั้งดีกว่า !




    

5/3/59

"ตัวกู..ของกู"

วามหมายที่ต้องคิด..

คำสอนของท่าน " พระพุทธทาส "  ช่างกระฉับ  จับใจ หนักแน่น  เข้าเป้า ?

เรามาทำอะไรตรงนี้...ที่นี่...หลังจากปลีกวิเวกมาสักพัก (ไม่ได้เข้าวัด++อย่าเข้าใจผิด..)
" เราก็แค่คนโง่บนเนินเขา ณ.ตอนนี้ "

ช่วงแรกที่มาอยู่..ไปๆมาๆ..ทำงานหาเลี้ยงชีพทั้งตัวเองและกระต่าย...( ลงไปเยอะ ) ต้องหาเงินเลี้ยงชีพด้วยแหละ  อีกสักพักแก่มากคงหมดแรงล่าแล้วเหมือนกัน.." มีงานก็ทำไป...มีไร่ไว้ก็ไม่เสียหาย "
เพราะมันคืออนาคต.." ถ้าจะรอเกษียณแล้วค่อยทำ  ตอนนั้นคงหมดไฟหมดแรงแล้วละ "

ริ่มชินกับความเงียบ , ความสงบ และ ได้คุยกับตัวเองทุกค่ำคืน..ได้ไล่เรียงความคิด
เหมือนรีวายเทปในหัวจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน  ( เท่าที่พอจำได้ ) ทำความเข้าใจและทบทวนทุกสิ่งที่ผ่านมาในชีวิต  จึงเริ่มเข้าใจและรู้จัก " ตัวกู..ของกู" มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ

มื่อไร กลับกรุงเทพฯ..สังสรรค์..งานเลี้ยงรุ่น , งานแต่ง , งานศพ , งานบวช , งานขึ้นบ้านใหม่..ฯลฯ
เริ่มปรับตัวเข้ากับสังคมเมืองลำบากขึ้นทุกวัน

ทั้งรถติด . การแต่งตัว , การสนทนา  อะไรต่อมิอะไร ? มันรู้สึกแปลกๆไปหมด..ทำตัวไม่ถูก...อยู่ได้สักพัก 2-3 วันก็ต้องกลับมาที่นี่อีกแล้ว !
( คำเตือน : อยู่คนเดียวนานเกินไปมักจะขาดทักษะทางสังคมด้วยนะ )

มันชักจะไม่ใช่ " ตัวกู..ของกู"แล้วละ 
ตอนย้ายมาอยู่เมืองนี้   ลืมหัวโขนทิ้งไว้สักที่? 
สงสัยมันหล่นหายระหว่างทาง
ตอนขนของมาไร่นะ..โทษที!


เบื้องบนเป็นแผ่นฟ้ากว้าง  เบื้องล่างเป็นธารน้ำใส
ตัวฉันมีถังน้ำอยู่หนึ่งใบ..กับฝูงปลาที่รออยู่เรียงราย

สุดยอดเพลงโปรด " คาราบาว " เขียนได้ไง..สุดยอด " ได้อารมณ์จริงๆ
เชื่อไหม 3 เดือนที่ผ่านมา..ฟังเพลงนี้อยู่เพลงเดียวแหละ

ตื่นเช้ามาก็ให้อาหารปลา ไก่ ห่าน กระต่าย ไล่ไปเรื่อย...
ตกค่ำก็ดูดาว..ฟังเพลง..วาดรูป..เล่นดนตรี..เขียนหนังสือไปเรื่อย
คุยกับตัวเอง..จนเข้าใจ "ตัวกู..ของกู" จนได้แหละ  เพราะความเงียบ สงบ จริงๆ




พักฟังเพลงดีกว่า


เวอร์ชั่นเพลงโฟล์ค ดนตรีเรียบง่ายไม่ปรุงแต่งมาก
บทกวี..ชัดเจนขึ้นมาก..น่าฟังทีเดียว

ชีวิตที่ฉันละทิ้ง

ทุกข์คืออะไร..ไม่รู้จัก..แสร้งว่าสุข..ขลุกกับงาน..มันจริงแท้
แม้ตกเย็น  รถติด  (ก็ยัง)คิดแต่งาน
เย็นคลายเครียด..ดริงค์กับเพื่อน..มันสุขใจ

ไม่ย้อท้อ คนขยัน จะสำเร็จ
ตามที่มุ่ง...หวังไว้..สมปรารถนา

คิดกันไป แก้กันไป  ไร้เวลา
กลับบ้านไป..โดนจับ..สมน้ำหน้า ("ตัวกู..ของกู..จัดเองแหละ")
(น้าแอ็ด,น้าเล็ก  แต่ง..คงเพราะกว่านี้มากเนอะ)





ต้องเพิ่มอีก..ไม่เคยพอ !

กระต่ายคือสัตว์เศรษฐกิจสำหรับบ้านนี้ ?

นั่นคือแนวความคิดแรกใช่ไหม ?  รายได้โครงการ...ไม่ใช่จากการขายไข่ไก่  หรือขายผักและปลา ฯลฯ 
ไอ้นั่นมันคือสิ่งที่เราต้องใช้ดำรงชีวิตนะ 
คาร์โบไฮเดรต ,  โปรตีน , ไขมัน , วิตามิน . เกลือแร่ และน้ำ 
( ถ้าเข้ามาบ้านนี้..จะไม่ต้องใช้เงินสักแดง..เป้าหมายในอนาคต )
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีรายได้หมุนเวียนสำหรับ..จ่ายเงินเดือน ,ค่าน้ำ, ค่าไฟ ฯลฯ แต่ห้ามโลภ !
และห้ามเป็นหนี้ !
( ตามทฤษฎี ?.. ไม่พูดถึงเรื่องการลงทุนพื้นฐานนะ  Investment Cost เพราะมันไม่ใช่ธุรกิจ ! )
( มันก็แค่การทดลอง..โดยใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง )

"กินก่อนที่เหลือก็แจกหรือขายทำนองเนี๊ยที่อ่านมา...ไม่ใช่เหรอ ? เศรษฐกิจพอเพียง ?"

ต่แค่ดัดแปลงจากการขายผักมาเป็นการเพาะพันธุ์กระต่ายพิสดาร  ก็เพราะมันใช้พื้นที่น้อยกว่า  แม้จะลงทุนสูงกว่าและกฎของDemandและSupply?? ของน้อยของแปลกก็ย่อมขายแพงและขายง่ายกว่าของโหล แค่เข้าถึงผู้บริโภค..แนะ ( พูดเหมือนกูรูทาง เศรษฐศาสตร์ , ธุรกิจ ที่ออกทีวี ...เพ้อเจ้ออีกแล้ว ) 

ปัญหาแรก...โฮสเทลกระต่ายเรามีแค่ 8 Units ถ้าลูกๆทั้ง6ตัว  มันโต..เต็มกรงประมาณว่าสัก3เดือน  (ก่อนจะสร้างภาพ โปรโมท Facebook , E-mail , Instagram , Twitter ต่างๆในแนวอัดเงิน
ทำยอด Like ตามสไตล์ธุรกิจสมัยใหม่ ! ) ...ลูกๆกระต่ายที่โต มันจะนอนกันที่ไหนนี่..?

สวนกระต่ายไง !

เพราะยังไงๆกระต่ายเค้าก็ต้องมีที่วิ่งบ้าง..ออกกำลังบ้าง...ไม่ใช่โดนกักขังอยู่แต่ในห้อง ในกรงขัง
แต่ห้องกระต่ายที่อยู่กัน..มันก็เป็นที่..ที่ปลอดภัยสุดสุด  สำหรับหน้าฝน และ หน้าร้อน 
ลืมบอกไป..ห้องกระต่ายที่เตรียมไว้จัดแอร์  24 ชั่วโมงด้วย..สำหรับหน้าร้อน +++
(แล้วไปเอาเค้ามาอยู่เมืองไทย ..ทำไมนะ ?)

ฝืนธรรมชาติแท้ๆ

"หาแบบ คุณครูกุ๊ก..เกิล  หาช่างลุยเลย  มีที่พอเหลืออยู่บ้าง "

เสร็จแล้วเป็นยังงี้แหละ ! สัญญาว่าจะพอเพียงแล้วนะ...อันนี้มันจำเป็นจริงๆนะ !
หมดเงินไปอีกเกือบ  8 หมื่น  , พื้นที่ประมาณ 40 ตารางเมตร




พยายามทำแบบถูกสุดๆแล้ว..สุดปัญญาเลยละ!..เงื่อนไขการออกแบบ
"ความสามารถในการขุดของกระต่ายยักษ์ ( เพิ่งเรียนรู้เหมือนกันจากเจ้าของฟาร์มที่ออสเตรีย )

กระต่ายยักษ์ ขุดได้ลึก 1 เมตร และ ไกล 1 เมตร  และกระโดดสูง 1 เมตรสบายๆ

ถ้าไม่ฝังรั้วใต้ดินลึก 1 เมตร ก็ต้องปูบล็อกเกือบ 1 เมตรกว่า...ถ้าขุดเหนื่อยแล้ว! โผล่ขึ้นมาเจอบล็อกคงจะท้อไปเอง  แต่สวนกระต่ายก็เหมือนสวนลุม"นะ..ห้ามค้าง!   แค่ออกกำลังอย่างเดียว

ถ้าจะนอนต้องต้อนเข้ากรง  เพื่อความปลอดภัย  เพราะฉะนั้นก็ต้องมีห้องชุดให้พักด้วย
แต่ถ้าประชากรเยอะกว่านี้...ก็ต้องอยู่กันแบบแฟลตดินแดงแล้ว

ห้องชุด 3 ห้องชุด ( พื้นที่มีเท่านี้แหละ ! )
พร้อมสนามส่วนตัว และพื้นที่สวนส่วนกลาง



สวนกระต่าย
"ตรวจสอบคุณภาพ..โดย Egor กระต่ายยักษ์จากออสเตรีย"



APPROVED by " EGOR "

( คนไทยนะ ... มีอะไรอ้างอิงฝรั่งไว้ก่อน...ขายง่ายหน่อย )







3/3/59

Cocoคลอดแล้ว

สำเร็จแล้ว!

การผสมพันธ์ุกระต่ายยักษ์ครั้งแรก
ที่ "บ้านไร่พอเพียง"

ฝ้าดูอยู่ได้ 30 วันพอดีเป๊ะ!...ทำทุกอย่างตามตำรา...ในที่สุด 555 ( อยู่กรุงเทพฯผสมไม่เคยติด สงสัยแพ้ทาง )...มันต้องอยู่ที่นี่ โอโซนอันดับ 7 ของโลก (ฟังเขามา..ไม่มีเครื่องมืออะไรไปวัดเหมือนกัน..เกิดมาเพิ่งได้ยินเนี่ย! )  ลูกครอกแรกออกมาทั้งหมด 7 ตัว..ตายไปเสีย 1 ตัว  ที่เหลือต้องลุ้นว่าคุณแม่มือใหม่จะเลี้ยงลูกได้เก่งไหม..นิสัยแม่กระต่ายแต่ละตัวไม่เหมือนกันนะ ( เหมือนคนแหละ + )

อาหาร..เมนูสุดพิเศษ !

ม่กระต่ายใช้เวลาตั้งท้องนานประมาณ 28-32 วัน..ขึ้นกับจำนวนลูกในท้องด้วย  ส่วนใหญ่การผสมพันธุ์กระต่าย..มักจะผสมสัก 2 รอบ เวลาห่างกันสัก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ลูกจำนวนมากขึ้น

อาทิตย์ที่ 2 : ถ้าเป็นมืออาชีพเค้าแค่คลำท้องก็รู้แล้วว่าติดหรือไม่
อาทิตย์ที่ 3 : เราก็เริ่มสังเกตุอาการแม่กระต่ายแล้ว เช่น เริ่มขุด ตะกรุย พื้นกรง หรือ คาบหญ้าเศษหญ้าวิ่งไปมาหรือยัง ( สันชาติญานปกติของแม่กระต่ายพยายามขุดหลุม ทำรัง เตรียมคลอด ) แม้แต่อยู่ในกรงอาการก็คล้ายๆกัน
ช่วงอาทิตย์ที่ 4 : เริ่มคาบเศษหญ้าจริงด้วย เราก็เริ่มจัด ข้าวโพดอ่อน และ คื่นช่าย ( ปลูกเตรียมไว้แล้วก่อนหน้านี้ )
เป็นอาหารเสริมกระตุ้นให้แม่กระต่ายมีน้ำนมมากพอ เผื่อว่าลูกออกมาเยอะ ( กระต่ายยักษ์-สามารถคลอดได้ถึง 12 ตัว / ครอก )

วันที่ 25 : Coco เริ่มถอนขนตัวเองเล็กน้อย  เราเริ่มจัดรังคลอดกล่องไม้ ปูเศษหญ้าแห้งให้นุ่มเหมือนฟูกเตรียมไว้ ในกรง
วันที่ 27 : Coco เริ่มถอนขนตัวเองมารองบนฟางในกล่อง  การันตีได้ว่าคลอดแน่!
วันที่ 30 : เป๊ะ ...เวลาตี 5 เจ้าตัวเล็กก็ได้ฤกษ์ออกมาดูโลก  เราก็แบ็คอัพไว้หมด เผื่อออกมาเยอะแล้ว Coco กัดรกไม่ทัน ( ปกติแม่กระต่ายจะกินรกตัวเองหมดตามสัญชาติญาน  เป็นการรีไซเคิลอาหารและพลังงานกลับเข้าสู่ตัวแม่ และ เป็นการขจัดกลิ่นคาวเลือดให้หมด...เพื่อให้ปลอดภัยจากนักล่าต่างๆ

ช่วงวัน สองวันแรกที่คลอด ต้องสังเกตุว่า Coco ให้นมลูกครบทุกตัวไหมโดยการดูท้องลูกน้อยว่าเป็นสีขาวไหม..ถ้าขาวก็คือได้น้ำนมเป็นอันโอเค..ต่อจากนั้นเราก็ปล่อยให้เค้าเลี้ยงดูกันเองตามธรรมชาติ และหาผ้าบังกรงให้เค้าสงบสักพัก (บางทีกระต่ายก็ขี้ตกใจ มักจะคาบลูกหนี ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยบาดเจ็บหรือตายได้โดยไม่ตั้งใจ) สำหรับแม่กระต่ายเราก็ให้อาหารเพิ่มบำรุง และ ก็ยังคงให้คื่นช่าย และข้าวโพดอ่อนอย่างต่อเนื่อง



ห็นไหม?...ชีวิตที่นี่มีเรื่องตื่นเต้นให้ลุ้นทุกวัน...ตั้งแต่เริ่มผสมพันธ์ุกระต่าย , กระต่ายคลอด , หลังคลอด ฯลฯ

มันทำให้ต้องเทียวไปเทียวมาทุกอาทิตย์ !








แขกไม่ได้รับเชิญ

ไม่เข้าใจ ? 

เกิดมาตั้งแต่เมื่อไร ?  ครอบครัว..ญาติพี่น้องอยู่ไหนกัน ? 
บ้านก็เพิ่งสร้างเสร็จ..อยู่กลางทุ่งแท้ๆ...มาได้ไง?

( หรือว่าแอบหนีตามขึ้นรถมาจากกรุงเทพฯ )
จะมาขออาศัยอยู่ด้วยใช่ไหม ?


อกตรงๆ เกิดมาไม่เคยชอบไอ้หมอนี้เลย..รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานทั้งปวง
ไอ้พวกตัวนิ่มๆทั้งหลาย

ไอ้ตัวอื่นเค้าก็ดูนิ่มๆ เรียบๆ ไม่หวือหวามากนัก++แต่ไอ้หมอนี่ No comment เลย! สุดๆ

คยเห็นในข่าว...วัยรุ่นฝรั่งเค้าเลี้ยงไว้ดูเล่นบนเตียงนอน...บรื๊อออออ...อ
แต่ถ้าเราจะต้องอยู่ป่าๆแบบนี้...สัตว์อะไรร่วมโลกเดียวกัน

"คงต้องรับไว้เป็นเพื่อนก่อน"

ต้องทำใจ  ปรับที่ตัวเรา...พยายามดูเค้าบ่อยๆ  จ้องตาใสๆของเค้า  เผื่อจะเห็นแววน่ารักบ้าง! 

" นัยน์ตาคือหน้าต่างของหัวใจไง "


ตอนนี้ใช้วิธี..โฟโต้รีทัชสี..ให้ดูคิกคุ..น่ารักไปพลางๆก่อน


ระบบห่วงโซ่อาหารเกิดขื้นแล้ว

จาก  ไก่   เป็ด   กระต่าย   ตะกวด  งูเหลือม ...คน
จาก  นก  ต้นไม้  ดอกไม้  แมลง  ผี้ง  จิังจก  ตุ๊กแก  หนูนา   งูเขียว ...คน
จาก  หอย   กุ้ง  กบ   เขียด  ปลา  นกกินปลา  ตะกวด   งูสิงห์   (จระเข้ ?) ...คน

" Perfect  Ecology "




2/3/59

The fool on the hill

"The fool on the hill"
ฉันคือคนโง่บนเนินเขา


Day after day
Alone on a hill
The man with the foolish grin
Is keeping perfectly still

But nobody wants to know him
They can see that he's just a fool
And he never gives an answer

But the fool on the hill
Sees the sun going down
And the eyes in his head
See the world spinning round

ฟังเพลงเพราะๆกับความหมายดีๆ


" The Fool on the Hill " 
a song by the Beatles. 
(credited to Lennon–McCartney) and recorded in 1967

ราคงไม่จำเป็น...ที่จะต้องฉลาดมากนัก ที่จะเข้าใจธรรมชาติ และ ปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ
และ ไม่ทำอะไรๆที่ฝืนธรรมชาติ

ชีวิตคนเมือง - กฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน

ารอยู่ร่วมกันในสังคมที่แออัด และ เต็มไปด้วยความแตกต่างทาง ชนชั้น-วรรณะ-การศึกษา

การสร้างภาพ , การแข่งขัน , การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และ ความสำเร็จ



(คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด).......ตามระบบนิเวศน์วิทยาคนเมือง



ฟังเพลงนี้มาตั้งแต่เด็ก..ไม่น่าเชื่อว่ามันยังฝังใจอยู่ในสมองเรา

จนเป็นเหตุให้เราต้องเนรเทศตัวเองมาอยู่ที่นี่



ทุกคนคงมีเพลงคู่ใจสมัยวัยรุ่น  ในช่วงชีวิตที่โหยหาความรักและอิสรภาพ


ดูเหมือน ดนตรี ดาราร็อค ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่คลาสสิค 


ที่สามารถหลอกให้เราต้องควักกระเป๋าตังค์กันมาตลอดในช่วงวัยรุ่น


(ไม่ว่ารุ่นนี้หรือรุ่นไหน)


อเริ่มทำงาน..หมดเวลาสนุก..เราก็เลิกฟังเพลงฮิตรุ่นใหม่ๆตามกระแส  

แต่ก็ยังชอบวงเก่าๆที่เราเติบโตมากับเพลงของพวกเขา


พอยิ่งแก่ตัวลง  สไตล์เพลงที่ฟัง...ก็เริ่มเบาลง...ช้าลงเรื่อยๆ...ตามลมหาย-เข้า-ออกของเรา



สุดท้าย!..อยากจะฟังแต่เสียงที่สงบของธรรมชาติ 

sound of silence เชื่อสิ !




พักสมอง"กบในกะลา"

Brainy 5

สุดยอดPlayboy


จ้ากระต่ายน้อยตัวผู้  "สุดยอดเพลย์บอย"  สามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียได้ตลอดทั้งปี  ทุกวัน ทุกเวลา 
ถ้ามันไม่เหนื่อย  มันไม่มีฤดูผสมพันธุ์เหมือนกันสัตว์อื่นๆเพราะว่า  มันผสมพันธุ์ได้ทุกฤดูกาล  
ตัวผู้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมทางเพศเพียงแค่ 30 วินาที / ครั้งเท่านั้น (สถิติเกือบใกล้เคียงนกกระจอก) 
แต่ว่าหลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว  มันจะไม่หยุดแค่นั้นครับ  มันยังพยายามจะไล่ปล้ำตัวเมียทุกตัวอยู่ตลอด  
ไม่ว่าตัวเมียนั้นจะหลับ หรือจะกิน อยู่ก็ตาม...เจ้าตัวผู้จะเข้าไปผสมพันธุ์...จะหยุดก็จนกว่ามันจะหมดแรงเท่านั้น

( กฎของธรรมชาติ สำหรับสัตว์ที่เกิดเป็น "เหยื่อ ซึ่งตรงกันข้ามกับ นักล่า" )

จำต้องมีความสามารถในการแพร่พันธุ์สูง...เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์



เทคนิคการผสมพันธุ์กระต่าย


ารผสมกระต่ายให้นำตัวเมียไปหาตัวผู้  อย่านำตัวผู้ไปให้ตัวเมีย  เพราะจะทำให้กระต่ายตัวเมียตกใจและกัดตัวผู้ไม่ยอมให้ผสม  ถ้ากระต่ายตัวเมียพร้อมที่จะผสมและยินยอมการผสมจะสำเร็จในเวลาไม่ถึงนาที  แต่ในบางคราวตัวเมียค่อนข้างเล่นตัวไม่ยอมให้ตัวผู้ขึ้นทับโดยง่าย โดยเฉพาะกระต่ายสาวที่ผสมครั้งแรกอาจต้องใช้เวลานานขึ้น  การเกี้ยวพาเป็นเรื่องของกระต่ายตัวผู้เช่นการแกว่งหางและปัสสาวะ ถ้าการผสมไม่สำเร็จในเวลา 5 นาที ควรแยกตัวเมียพักชั่วคราวและพยายามใหม่ในวันต่อไป  ไม่ควรทิ้งกระต่ายตัวเมียไว้ในกรงร่วมกับตัวผู้ข้ามคืนเพราะอาจมีอันตรายจากการกัดกัน

"กระต่ายตัวเมียที่ยินยอมให้ตัวผู้ผสมจะแสดงอาการยกก้นพร้อมกับกระดกหางขึ้นเมื่อตัวผู้ขึ้นทับ " 
เมื่อผสมสำเร็จตัวผู้จะหล่นจากหลังตัวเมียทันที  ตัวผู้บางตัวจะส่งเสียงร้องและตบเท้ากับพื้นกรงและมีอาการกระตุกตามลำตัวและหัวซึ่งแสดงว่าการผสมสำเร็จแล้ว  ถ้าตรวจดูอวัยวะเพศตัวเมียจะพบน้ำอสุจิติดอยู่และถ้าในระยะ 8-10 ชั่วโมง  ถ้าตัวเมียขับปัสสาวะออกมาและชะล้างอสุจิออกหมดควรจะได้ผสมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งในระยะหลังนี้จะเป็นเวลากับที่ไข่ของตัวเมียจะตกจากรังไข่พอดี การผสมจะติดแน่น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.xn--72c2azblnq3c2a1h6dtb.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2/

WOW+++....ไม่ยากเท่าไรนะ !  หลังจากศึกษามาพอประมาณแล้ว  ถึงเวลาต้องจับคู่กระต่าย และ ลองผสมพันธุ์กระต่ายได้แล้ว    

     แนะนำพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์


" EGOR "  อีก้อ ( พ่อพันธุ์ )
กระต่ายยักษ์จากออสเตรีย..เพื่อนหิ้วมาฝาก  สายพันธุ์แท้จากยุโรปเชียว++Thank you








" COCO " โกโก้ ( แม่พันธุ์ )
กระต่ายยักษ์เกิดเมืองไทย...พ่อ - แม่ เป็นกระต่ายนำเข้า
สายพันธุ์แท้จากอเมริกา

ผลสำเร็จเป็นอย่างไร?..แล้วจะอัพเดทให้ฟังในตอนต่อๆไปครับ
ถ้าสำเร็จ...โกโก้ จะคลอดภายใน 30 วันนี้
ต้องคอยสังเกตุอาการให้ดี






1/3/59

นก=อิสระภาพ

Lovebird กับ อิสระภาพที่ฝันหา


รอบครัว " ขวัญ - เรียม "
8.00 PM
เพิ่งได้ รังมะพร้าวมาจากกรุงเทพฯ..กะจะมาจัดบ้านให้ซะหน่อย
เผลอลืมปิดประตูกรง  ลูกๆนกทั้ง10 บินทะยานสู่อิสระภาพ  คงเหลือไว้แต่พ่อนก-แม่นกและน้องๆอีก 4 ตัว
15 นาทีต่อมา..น้องๆ 4 ตัวก็ตามกันออกไป พร้อมพ่อนก "ขวัญ"
9.00 PM
พ่อนก "ขวัญ" บินกลับมาที่กรงส่งเสียงเรียกถาม "เรียม" แม่นก..คาดว่าคงจะมาชวนกันไปเที่ยว " เขาใหญ่ " กับลูกๆทั้ง 14 ตัว  แต่แม่เรียมไม่ยอมออกไปไหน เราก็เลยเปิดประตูกรงทิ้งไว้ทั้งคืน เผื่อจะกลับมานอนรังกับแม่...หลังจากนั้นเราก็เข้านอน

เป็นห่วงนิดหน่อย..แต่เคยดูวิดีโอคนเลี้ยงนกLovebirdแบบปล่อยอิสระได้  ก็เลยคิดว่าคงไม่ไปไหนไกลหรอก  ตราบใดที่ "แม่เรียม" ยังไม่ไปไหน  พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน


เช้า 9 AM
ได้ยินเสียงนกร้องเจี้ยวจ้าวกัน
ออกมาดู...ปรากฏว่านกทุกตัว มารออาหารอยู่หน้าห้องนอนแล้ว ( คงหิวกัน และ คงไม่ได้ไปเที่ยวเขาใหญ่กันหรอก )  เราเลยไปจัดอาหารเช้าให้
2ชุดใหญ่
ชุดนึง..ทานริมระเบียง
และอีกชุด..ไว้ในกรงเหมือนเดิม

บรรยากาศแปลกดี..เหมือนในหนังการ์ตูนดิสนีย์ฯถ้ามีอีกสัก50ตัวคงดี
ใกล้เคียงบรรยากาศเสาชิงช้า
มีนกมาอยู่เป็นเพื่อน
Breakfast ทุกเช้า..คงอารมณ์ดีทุกวัน





อยู่กันได้เกือบเดือน..คงโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
เริ่มจับคู่กันและบางคู่คงแต่งเรือนหอเสร็จแล้ว
ได้ฤกษ์ย้ายออกกลับสู่อ้อมอกธรรมชาติ
"ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง"
ว่างๆก็แวะมาเยี่ยมกันบ้าง
Bye Bye Birds


" เจ้าบ้าน..เจ้าเรือน "



" ศาลพระภูมิ"," ความงมงาย "," ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ "



 ช่วงสักประมาณตี 2 ได้..เห็นผู้เฒ่าแก่มากๆ   เดินสำรวจที่ดินรอบๆบ้าน..ลักษณะผอมเกร็ง..ไว้หนวดยาว..ประมาณนึง    บางคืนก็เดินมาหาช่างที่แคมป์คนงาน..มาบอกว่า "อยากทานหัวหมู" 
และเทียวไปเทียวมาบอกในคืนต่อๆ อีกหลายคืน 

นั้นคือคำบอกเล่าของช่างที่นำมาเล่าให้  " ลุงมัน กับ ป้านาง " ฟัง
หลังจากนั้นอีกไม่กี่คืน..ป้านางก็ฝันเห็นผู้เฒ่าคนนี้อีก และนำความมาเล่าต่อให้เราฟัง 

ประนึงว่ากลัว , ไม่มั่นใจในชีวิต ฯลฯ  
" งานเข้าแล้วเรา "
เราเริ่มคิดว่าไอ้ช่างเนี่ย...มันต้องอยากกินหมูย่างที่ขายหน้าซอย  จนฝันเป็นตุเป็นตะทุกคืนแน่


ลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์  ได้มีโอกาสเจอ  ท่านอาจารย์ที่ไปทำพิธีศาลที่ภูเก็ต  เราก็ได้ถามไถ่ท่านอาจารย์   ได้ความว่า แถวๆ"บ้านไร่พอเพียง" มีเจ้าที่เป็นงูใหญ่ ( ไม่ยักจะใช่ชายแก่ คงแปลงร่างได้.. ) 
แต่เราไม่ได้บอกแกหรอกว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน

วันต่อมาเรากลับมาที่บ้านไร่..แวะสั่งอาหารหน้าซอย   ถามเจ้าของร้านอาหารว่า
ซื้อศาลที่ไหน , ศาลบูชาใคร , อะไร , ที่ไหน..ถามเป็นชุดเลย ?..แกบอกว่า

" เป็นศาลบูชาเจ้าที่..ซึ่งเป็นศาลงู  แถวพญาเย็นนี้สมัยก่อนเป็นดงงู "  

แต่เราไม่ได้บอกเจ้าของร้านเรื่องที่ท่านอาจารย์บอกหรอก  แต่แปลกใจในเรื่องที่มันบังเอิญฟังดูคล้ายๆกัน

ถึงบ้านเล่าให้ "ป้านาง" เจ้าของความฝันฟัง..แกยิ่งคล้อยตามใหญ่  ไม่เป็นอันจะทำอะไร! 
เรานอนพักสักคืนสักคืน ตื่นเช้ามาใจอ่อนบอกป้าไปว่าจะสร้างศาลพระภูมิให้ก็ได้

" ป้านาง และ ลุงมัน "  ดีใจกันยกใหญ่  แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อแม้ว่า 

" ถ้ามีศาลก็ต้องถวายอาหาร ดอกไม้ น้ำ..ทุกวันพระด้วยนะ  และที่สำคัญต้องเก็บไข่ไก่ที่บ้านถวายด้วย  และต้องขอให้เจ้าที่ดูแลไก่ไข่เราด้วย  ไม่ส่งงูเหลือมมานะ..เราจะได้มีไข่ถวายตลอดไง  ! "
เท่านั้นแหละ.. แกก็เป็นปลื้มจนสุดบรรยาย

ามว่าเราเชื่อไหม ?..เราคิดว่าส่วนตัวแล้วจะเชื่อไม่เชื่อไม่รู้สินะ ( นึกไม่ออก ++ )
แต่รู้ว่านับถือพุทธศาสนานะ  แต่ไม่เคยเข้าวัดเข้าวา  ฟังธรรม  หรือ เวียนเทียนหรอก ฯลฯ
( ส่วนใหญ่ไปวัดพอเป็นพิธี..ส่วนใหญ่จะเป็นพิธีศพ...ซะมากกว่า )


ทำไงได้ !  คนเมืองสมัยใหม่ , เรียนสูง , ไม่เคยว่าง , ทำแต่งาน-ใช้แต่เงิน 
( เรียกว่านับถือศาสนา เงิน ดีกว่ามั๊ง..ขายหน้าจริง )

ามว่าดึกๆกลัวมีใครมาหาไหม ?..บอกจริงๆว่าคงกลัวมั๊ง.! ( กลัวคนมากกว่าหน่อย ! ) 
แต่มันไม่เคยมีเกิดอะไรขึ้นหรอก   เพราะพอตกค่ำ...มึนนิดๆ  ก็หลับสบายทุกคืนแล้ว

ไม่เคยเปิดประตูให้ใครมาเข้าฝันหรอก..และเค้าคงรู้แหละว่าเราเป็นที่พึ่งไม่ได้หรอก ( ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย )


แต่ประเด็นมันไม่ใช้ที่เราหรอก
คนที่เขาต้องอยู่เฝ้าบ้านทุกวัน ทุกคืนมากกว่าที่ต้องการ  มันทำให้เขาสบายใจ  มั่นใจ
ชีวิตเราก็หมดปัญหาไปด้วย  สรุปฝันธง...ตั้งศาลก็ตั้ง 
( เห็นไหม..ยังไม่พอเพียงอยู่ดี )

พิธีตั้งศาล " บ้านไร่พอเพียง "


สรุปได้สักที..สมาชิก"บ้านไร่พอเพียง"



จากบนลงล่าง และ จากซ้ายไปขวา

  • แถวบนสุด = ตัวเราเอง , ป้านาง และ ลุงมัน ( คนท้องถิ่น ) , โกโก้
  • แถวกลาง = บัคกี้ , ดีโน่ , หมีน้อย
  • แถวล่าง = ลูกน้ำ , กิ๊บ และ ก๊าบ , ขวัญ เรียม และ ครอบครัว


ลุงมัน และ ป้านาง เป็นเจ้าบ้าน   ส่วนเรานั้นเป็นผู้สังเกตุการณ์ ,  ผู้ทดลอง และ จดบันทึกผลการทดลอง

หัวข้อ  " ชีวิตพอเพียงมีจริงหรือ ? "

ลุงมัน ดูแลพนักงานแจกจ่ายอาหาร และ ดูแลสุขภาพพนักงาน,ทดลองปลูกและดูแลสวนผักและไม้ผลต่างๆ ส่วน ป้านาง ดูแลความสะอาดส่วนบ้านพัก และ ดูแลกระต่ายยักษ์

" จะว่าไป..ทุกชีวิตที่นี่คือ หนูทดลอง รวมทั้งตัวเราด้วยแหละ "

พนักงานแผนกต่างๆ

  • ด้านความปลอดภัย...ห่าน " กิ๊บและก๊าบ "   เฝ้าระวังงู และ ลาดตระเวนรอบคอกไก่ไข่ นอกจากนี้ก็มีสุนัข " หมีน้อย , ลูกน้ำ , ข้าวปุ้น "   ดูแลพื้นที่บริเวณบ้านพัก , สวนกระต่าย และ รอบๆบ้าน
  • ด้านอาหารการกิน...ฝูงไก่ไข่ 20 ตัว  มีหน้าที่ผลิตอาหารไข่ออแกนิค
  • ด้านการเงิน...กระต่ายยักษ์   มีหน้าที่ผลิตลูก หลาน เข้าตลาดสัตว์เลี้ยงน่ารัก
  • ด้านบันเทิง...นก " ขวัญกับเรียม "  มีหน้าขับร้องเสียงประสานให้ความเพลิดเพลิน
ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพนะ

ปัญหา"การสื่อสาร"
คนเราเกิดมาพร้อมกับคำว่า " ทุกข์ " ถ้วนหน้า
ยิ่งเรียนมาก ( 10 - 25 ปี / 1 ชาติ )
ยิ่งรู้มาก...อิสระภาพลดลงๆเรื่อยๆ...กรอบ กฎเกณฑ์ ต่างๆ...ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายทั้งชีวิตดิ้นกันไปเพื่อให้หลุดจากบ่วงอะไรก็ไม่รู้...ที่ถูกสอนกันมานี้แหละ++

" เพื่อความอยู่รอดมั๊ง "

ราคือมนุษย์กล่อง..ชีวิตอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมรูปทรงเรขาคณิตที่เราคิดว่าสวยมาตลอด
ไม่ได้ซาบซึ้งธรรมชาติใดๆหรอก
ชีวิตแข็งกระด้างของเรา...ได้แต่ชื่นชม  อิฐ หิน ปูน ทราย อะไรเทือกนี้
ทำอะไรก็ต้องรวดเร็วเข้าเป้า..ปิดงาน..ออกรอบ..เที่ยว..ดริงค์ ฯลฯ
( ชีวิต..การใช้สมองเนี่ยมันช่างเหนื่อยจริง )
พอมาอยู่นี่ก็ติดนิสัยเดิม..สั่ง ๆ ๆ อยู่สักสองสามวันก็กลับกรุงเทพฯ
มาอีกครั้งก็หวังจะมาดูผลงาน  ความคืบหน้า  ตามนโยบายที่เราให้ไว้

ผ่านมาเกือบเดือนถึงจะเริ่มเข้าใจ !
เราฝากงานมากมายไว้หนึ่งถึงห้ารายการเป็นอย่างน้อย  มาอีกครั้ง ทำไมมันเสร็จแค่สองรายการ
เราก็เริ่ม  "งงปนหงุดหงิด "  ตามนิสัยผู้บริหารชั้นนำ

คืนนึงมีโอกาสดีเชิญ "ลุงมัน" แกมานั่งดริงค์เปิดใจคุยกัน  ได้ความว่าแกเป็นคนเขมร..แกฟังเราพูดไม่รู้เรื่องหรอกเพราะเราพูดเร็ว  ไทยคำ...อังกฤษสามคำ  ตามสไตล์คนกรุงเทพฯที่นิยมกัน
แล้วแกก็มักจะตอบเราว่า  "คับ ๆ ๆ ๆ"  มาตลอดด้วยความเคยชินเหมือนกัน
เราเลยเปลี่ยนแนวไปสนทนากับ "ป้านาง" แทนที่...ได้ความต่อว่า 

" ลุงแกฟังและพูดไทยได้นิดหน่อย  ส่วนเรื่องอ่าน..เขียน ไม่ต้องพูดถึงเลย "

 ไอ้เราก็เริ่มเครียดขึ้นมาทันทีเพราะเคยฝากให้ใส่ปุ๋ยตัวนู้นนี้ , ให้ยากระต่ายเท่านี้เท่านั้น ! 
" เฮ้ย ! มันจะรอดไหมเนี่ย ? "
ต่โชคดีที่แกไม่ได้ทำหรอก เพราะแกฟังไม่รู้เรื่อง..รอดตัวไปครั้ง..โอเค หันไปพึ่ง " ป้านาง " ดีกว่า
แกว่าแกจบ ป4 พออ่านออกแต่เขียนได้นิดหน่อย..เยี่ยม! แต่ปัญหาก็คือ
ความจำแกเสื่อม..จำอะไรไม่ได้เลย
เพราะสั่งปุ๊บ  แกจะทำปั๊บ...เราเคยบอกว่า " แดดร่มแล้วค่อยทำก็ได้ "
ไม่เคยเอะใจใดๆ คิดในใจนะว่า  " เอ่อ..ขยันดีนะ " 

ที่จริงแกกลัวลืม..ก็เลยรีบทำเท่าที่จำได้ ( ไม่จดบันทึกหรอก )

ถ้าเรากลับ แกไม่รู้จำถามใครก็เลยไม่ทำดีกว่า
โทรศัพท์แกก็ไม่ค่อยใช้ ...ถึงใช้พูดกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอีก
เหมือนเราพูดอยู่คนเดียว..แกจะไม่ตอบอะไรเลยรู้สึกเหมือนสายหลุดตลอด 
( แหมจะขานว่า ครับ ... คะ  เป็นระยะๆบ้าง ก็ได้นะ + )

WOW ! ...นี้คือปัญหาผู้บริหารระดับสูงจริงๆเนี้ย  "ทำไงดีวะ?" ไม่มีลูกน้องมาต่อยอดด้วย
" ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน " อีกครั้งหนึ่ง

ต่หลังจากผ่านศึก  งานช่างสิบหมู่..จนกระทั่งบ้านหลังนี้เสร็จได้..สภาพจิตมันแข็งแกร่งขึ้นเยอะ
เข้าใจโลก..รู้จักคำว่า " ปล่อยวาง "  หรือ " ปลง " เหมือนกันไหมเนี่ย ?
พัฒนาจิตใจสูงขึ้นอีกระดับแล้ว ( ดีใจมาก ) , ไม่โกรธแล้ว-เข้าใจแล้ว
ต่อไปนี้จะพยายามเข้าใจให้เร็วกว่านี้ , ปรับตัวและสนุกกับปัญหาใหม่ๆ ( หลอกตัวเองหรือเนี๊ย ++ )

ขนาดคุยกับกระต่ายยังรู้เรื่อง...กะอีแค่คนเขมร...ขนม ๆ 

ลังจากเสวนาเสร็จก็สรุปแนวทางการดำเนินการใหม่ดังนี้..เราจะมาบ่อยขึ้น และ ค่อยๆเรียนรู้เรื่องต่างๆไปด้วย..แต่ " ลุงมัน " ต้องสอนภาษาเขมรผม..( ไม่ยอมขาดทุนหรอก..คนกรุงเทพฯนี่ ) เผื่อวันหลังจะได้ใช้ภาษาเขมรเป็นบ้าง..หลังเปิด AEC ( มองการณ์ไกลอีกต่างหาก..ไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย )

บทเรียนแรก"ทักทายกันแบบ เขมรๆ"
เข้าใจบ้างไหมเนี่ย ?


ข้อสังเกตุ  
ดูแกสองคนก็มีความสุขดีนะ..แต่ติดอยู่ที่ปัญหาสุขภาพพื้นฐาน ที่ดูจะทำให้แกทุกข์ร้อน เพราะสวัสดิการแบบไทยๆมั๊ง
การที่เรียนมาน้อยก็เลยไม่ถูกโปรแกรมว่า"อะไรอร่อย ไม่อร่อย , อะไรดี  ไม่ดี..ฯลฯ " ก็เลยมีความสุขมั๊ง เพราะไม่มีการเปรียบเทียบอะไร ใดๆ   ก็เลยไม่ดิ้นรนมาก
( ถ้าลองให้ทานอะไรแพงๆ..คงเปลี่ยนไปแหละ )
ขนาดกระต่ายมันยังรับรู้ได้เลย..เคยซื้ออาหารนอกให้กินตลอด  พอมาอยู่ต่างจังหวัด
แรกๆให้กินหญ้าท้องถิ่น...ก็ทำเมินกัน ++   แต่สุดท้าย  หิวก็ต้องกิน..อร่อยไปเองแหละ ( ทั้งสด..ไร้สารกันบูดแน่นอน )  ปัจจุบันลองให้อาหารนอก..ก็ไม่สนแล้วละ ++


29/2/59

เริ่มชีวิต..ชาวสวน ?

คิดยังไง ?

ช่วงที่ผ่านมาก็ลองมาอยู่แล้ว  แต่มันก็ยังไม่ใช่ของจริง เพราะอยู่ไป..เก็บงานไป..มีช่างอยู่เป็นเพื่อนทุกคืน...เหมือนมาแคมป์ปิ้ง , ปิคนิคมากกว่า...ตกเย็นก็ดริงค์ๆๆ   มึนก็นอน   กลางวันก็จัดซื้อหาข้าวของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่จำเป็น..ในการทำประมงบ้าง  ทำสวนบ้าง  เช่น ปุ๋ย , ดิน , หญ้า , เมล็ดผักสลัด , อาหารไก่ , อาหารปลา ...ฯลฯ มีให้ซื้อได้ทุกวันไม่จบสิ้น

ลาที่ปล่อยไว้ช่วงฝนที่แล้วก็โตพอประมาณแล้ว   แต่จำไม่ได้แล้วว่า  ปล่อยปลายี่ฮ้ออะไรไปบ้าง..ค่อนข้างมั่วนะ  ( แล้วแต่อารมณ์ )  เพราะมาทีไรก็แวะซื้อปลาที่บ่อตกปลา..ตรงข้าม ม.กรุงเทพ รังสิต มาปล่อยทุกที

มี อยู่ครั้งนึง..เห็นลูกปลาอะไรไม่รู้  สีสวยดี  ออกเทา , สัม ,ชมพู ซื้อเลย ! ( แบบว่ารักสวยรักงาม  ชอบปลาสีสวย  ลืมไป...ว่าเลี้ยงในบ่อดิน..( " มันจะมองเห็นไหมละ?...น้ำนี้  ขุ่นเชียว"  )

สุดท้ายพอมันโตขึ้นเริ่มเห็นหุ่นชัดเจน  พวกช่างทำหน้าตกใจมาก  เค้าว่า " เฮ้ย...จาระเม็ดนี่หว่า ...ใครเขาเลี้ยงกัน !... มันเป็น ปลาพิรันย่าไทย  ".. เป็นปลาที่ดุมาก  และ เป็นปลากินเนื้อ กินปลาด้วยกันนะ...ประมาณว่ากินทุกอย่างที่ขวางหน้า...ไอ้เราก็นึกว่าเลี้ยงไว้จะได้ทำเต๋าเต้ย...จาระเม็ดนึ่ง...ทานซะหน่อย
สุดท้ายก็ต้องเกณฑ์อาสาสมัครมาไล่ล่าให้หมด ( ไม่รู้ออกลูกออกหลานกันไปเท่าไรแล้ว ? )

สวยไหม..ลูกๆจาระเม็ดน้ำจืด..ตัวแม่โตเกือบสิบนิ้วแล้ว (ขนาดพอดีจาน)


รุปว่าวันแรกจับได้นิดหน่อย...พรุ่งนี้ต้องลองกันใหม่  ขนาดมืออาชีพมาเองนะเนี่ย!
เห็นพวกช่างทำอาหารกันแล้วก็ทึ่งมาก  พวกนี้หากินได้ทุกอย่างทั้งในรั้ว นอกรั้ว...ไม่ว่าจะเป็น กระต่ายป่า , หนูนา , นกป่า , งูป่า , ไก่ป่า..ฯลฯ  ส่วนใหญ่ทำอาหารเก่งกันทุกคนด้วย  ไอ้เราอยู่มาหลายเดือน ไปๆ มาๆ ยังไม่เคยทำอาหารเลย นอกจาก ไข่ต้ม , ไข่ดาว , ไข่เจียว และ ไข่ลวก ( เพราะไก่ขยันออกไข่วันละ สิบกว่าฟอง..ต้องอุดหนุนหน่อย )

ถ้าช่างพวกนี้ไม่มา...เราก็คงไม่ได้กินปลาหรอก...ส่วนใหญ่ก็...บะหมี่มาม่า ( ง่ายดี ) หรือไม่ก็ไปกินข้างนอกแทน...ไว้ว่างๆก่อนแล้วจะหัด ( ไม่ถนัดงานเคี้ยว...ถนัดแต่งานดื่ม...เลยไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องกินเท่าไรนัก !

" Survivor game " part 1...Catching the fish



  ช่วงแรกที่มาอยู่นี้ก็ใกล้หมดหนาวแล้ว  เริ่มเข้าหน้าร้อนแล้ว...เริ่มเตรียมปลูกผักสลัดหลายๆชนิด ( อันนี้น่าสน...เก็บกินง่ายหน่อย )  ใช้แนวความคิดเดิม...มั่วสุ่มไปก่อนเลย  ไปซื้อเมล็ดผักต่างๆที่ชอบที่ตลาด ไปขอขี้วัวชาวบ้านบ้าง ขอซื้อบ้าง.. เอาไว้ผสมดิน  นอกจากนี้ก็ทำน้ำหมัก EM เก็บไว้ 1 ถัง ,  อีก 1 ถังหมักสะเดา , พริก ไว้ฉีดกันแมลงต่างๆ ( จำเขามา )







ดินปลูกต้นไม้...ใช้ดินถมที่
หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป

ผสมขี้ว้ว...คลุกให้เข้ากับดิน 

และ  รดน้ำหมักEM แล้วทิ้งไว้สักอาทิตย์นึง


 ยอดเมล็ดแบบเว้นระยะบ้าง
และแบบโรยไปทั่วบ้าง..เปลืองหน่อย
   เปรียบเทียบกัน 2 แนว
การเพาะต้นกล้าก่อน
 แล้วค่อยย้ายลงแปลง
ต้องใช้  2 ขั้นตอน

ถ้าเค้าขึ้นมาแน่นไป เราค่อยถอนบางต้นให้..ไม่แน่นไป (เอาต้นเล็กไปให้กระต่ายกินรอบแรกก่อน )
หลังจากนั้นก็เอาฟางมาคลุมและรดน้ำ...ทุกวัน และ รอ ๆ ๆ





ลที่ได้ก็น่าพอใจระดับสมัครเล่นนะ
ได้ผักใบไม่ใหญ่นัก และ ผักบางประเภทมีแมลงกินใบ
 บางประเภทก็ไม่เป็นไร...งงจริง!  เดี๋ยวต้องจดบันทึก และลองอีกที..รอบ 2















27/2/59

14 กุมภา 2557..ย้ายเข้า ( เป็นทางการ )

วันนี้แหละ...ฤกษ์ดี
14 กุมภา...วันแห่งความรัก

" ชีวิตชาวสวนเริ่มต้นแล้ว ? "

ที่จริงก็...ไปๆมาๆอยู่ทุกอาทิตย์...งานไม่เสร็จดีนัก  ส่วนใหญ่เป็นงานจัดสวนต่างๆ  ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้  ต่างๆ นาๆ ฯลฯ...พวกสมาชิกที่เหลือย้ายมาหมดแล้ว  คนดูแลบ้านย้ายมาก่อนหน้านี้แล้ว  กำลังหัดเลี้ยงเหล่าสัตว์ประหลาดต่างๆ ( Exotic animal )   ส่วนเรา กับ ครอบครัว ก็ซื้อๆๆๆ...ต้นไม้มาลงกันทุกอาทิตย์

95 วันที่ผ่านมา +++

ลูกๆมาช่วยกันปลูกต้นไม้ , ลงหญ้า ปูบล็อกพื้น , เก็บไข่ไก่ , เลี้ยงปลา , ทำอะไรต่อมิอะไร...
เริ่มได้กลิ่นไอ " ชาวสวน " แล้วละ! 

ทั้งร้อน และเหนื่อยจริงๆ...ไอ้แค่แบกไม้แผ่น  ตอกตะปู  เจาะสว่าน  ทำทางเดินไม้  ให้ห่านลงเล่นน้ำ 
( ปล่อยจากคอกหลายวันแล้ว...ก็ไม่ยอมลงสระสักที..ไม่รู้ ?   เป็นเดือดเป็นร้อนแทนมัน..ทำไม? )

เกิดมาได้แต่สั่งเขา..ชี้นิ้วสั่งคนนี้ คนน้ัน ทำนู้น ทำนี่ ! 
รู้แล้วว่า..ไอ้การสั่งลูกน้องแก้งานใดๆ มันช่างกินทั้งแรงงาน,งบประมาณและกำลังใจมากจริงๆ
นึกสมน้ำหน้าตัวเองแท้...กรรม !

ต่รู้ไหม ?  อะไรที่เป็นความสุข ?...เมื่อได้ทำกิจกรรมกับลูกๆ...ไม่เห็นเค้าบ่นอะไรเลย...คงจะสนุกมั๊ง ?

การได้ทำอะไรๆกับลูกๆ ในสิ่งที่ เราต่างก็ไม่เคยมีประสพการณ์มาก่อน...มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกัน...และได้ช่วยกันทำงานเป็นทีมมากกว่า...และเด็กทุกคนก็อยากมีอิสระทางความคิด...เหมือนกับเราๆทุกคนแหละ

เห็นเขาคิด...แก้ปัญหา...และมีส่วนร่วมได้...เราก็วางใจว่า 

"  ต่อไปเขาเอาตัวรอดเองได้แน่ !

อีกอย่างนึง...สักวันเค้าก็ต้องมาดุแลต้นไม้ที่เค้าปลูกไว้...เวลามันออกดอกออกผล

 ( เด็กๆไฮเทค..ยุคนี้ควรมีโอกาสได้ใช้ชีวิตกลางแจ้งและได้สัมผัสธรรมชาติให้มากที่สุด..)


14 กุมภา 2557

ต้นไม้ประดับ ,  ไม้ผล ,  สวนครัว  ลงได้พอประมาณแล้วละ...สรุปงานที่เหลือ

" งานปลูกผักออแกนิค ! และ การทดลองผสมพันธุ์กระต่ายยักษ์  "



ผลประกอบการ...รอบแรก

ต้นไม้ตกแต่งบังแดด บังฝนเล็กน้อย ผู้รับเหมา " ชำนาญ "จัดเต็ม
ไม่ทราบว่าไปล้อมมาจากไหน ?  หวังว่าคงไม่ได้ไปล้อมมาจาก "เขาใหญ่ " 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลองปลูก..ลองผิดลองถูก-สุ่ม4สุ่ม5 ไปก่อน
แล้วค่อยว่ากันอีกที



ผักสวนครัว..รั้วกินได้

มันก็ไม่ยากเท่าไรนะ...ส่วนใหญ่มันก็ขึ้นงามดี
ปัญหามันอยู่ที่...ปลูกเกินพอ...กินไม่ทัน...ยังไม่เข้าใจช่วงอายุเขาสักเท่าไร !
ส่วนใหญ่เวลาว่างแวะเข้าไป..ก็มักจะแก่เกินไปทุกที
เสร็จกัน..กลายเป็นอาหารกระต่ายหมด


ก็ยังดีที่ปลูกขึ้น..รอบหน้าค่อยวางแผนบริหารจัดการกันใหม่