2/3/59

The fool on the hill

"The fool on the hill"
ฉันคือคนโง่บนเนินเขา


Day after day
Alone on a hill
The man with the foolish grin
Is keeping perfectly still

But nobody wants to know him
They can see that he's just a fool
And he never gives an answer

But the fool on the hill
Sees the sun going down
And the eyes in his head
See the world spinning round

ฟังเพลงเพราะๆกับความหมายดีๆ


" The Fool on the Hill " 
a song by the Beatles. 
(credited to Lennon–McCartney) and recorded in 1967

เราคงไม่จำเป็น...ที่จะต้องฉลาดมากนัก ที่จะเข้าใจธรรมชาติ และ ปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ
และ ไม่ทำอะไรๆที่ฝืนธรรมชาติ

ชีวิตคนเมือง - กฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน

การอยู่ร่วมกันในสังคมที่แออัด และ เต็มไปด้วยความแตกต่างทาง ชนชั้น-วรรณะ-การศึกษา

การสร้างภาพ , การแข่งขัน , การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และ ความสำเร็จ



(คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด).......ตามระบบนิเวศน์วิทยาคนเมือง



ฟังเพลงนี้มาตั้งแต่เด็ก..ไม่น่าเชื่อว่ามันยังฝังใจอยู่ในสมองเรา

จนเป็นเหตุให้เราต้องเนรเทศตัวเองมาอยู่ที่นี่



ทุกคนคงมีเพลงคู่ใจสมัยวัยรุ่น  ในช่วงชีวิตที่โหยหาความรักและอิสรภาพ


ดูเหมือน ดนตรี ดาราร็อค ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่คลาสสิค 


ที่สามารถหลอกให้เราต้องควักกระเป๋าตังค์กันมาตลอดในช่วงวัยรุ่น


(ไม่ว่ารุ่นนี้หรือรุ่นไหน)


พอเริ่มทำงาน..หมดเวลาสนุก..เราก็เลิกฟังเพลงฮิตรุ่นใหม่ๆตามกระแส  

แต่ก็ยังชอบวงเก่าๆที่เราเติบโตมากับเพลงของพวกเขา


พอยิ่งแก่ตัวลง  สไตล์เพลงที่ฟัง...ก็เริ่มเบาลง...ช้าลงเรื่อยๆ...ตามลมหาย-เข้า-ออกของเรา



สุดท้าย!..อยากจะฟังแต่เสียงที่สงบของธรรมชาติ 

sound of silence เชื่อสิ !




พักสมอง"กบในกะลา"

Brainy 5

สุดยอดPlayboy


เจ้ากระต่ายน้อยตัวผู้  "สุดยอดเพลย์บอย"  สามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียได้ตลอดทั้งปี  ทุกวัน ทุกเวลา 
ถ้ามันไม่เหนื่อย  มันไม่มีฤดูผสมพันธุ์เหมือนกันสัตว์อื่นๆเพราะว่า  มันผสมพันธุ์ได้ทุกฤดูกาล  
ตัวผู้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมทางเพศเพียงแค่ 30 วินาที / ครั้งเท่านั้น (สถิติเกือบใกล้เคียงนกกระจอก) 
แต่ว่าหลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว  มันจะไม่หยุดแค่นั้นครับ  มันยังพยายามจะไล่ปล้ำตัวเมียทุกตัวอยู่ตลอด  
ไม่ว่าตัวเมียนั้นจะหลับ หรือจะกิน อยู่ก็ตาม...เจ้าตัวผู้จะเข้าไปผสมพันธุ์...จะหยุดก็จนกว่ามันจะหมดแรงเท่านั้น

( กฎของธรรมชาติ สำหรับสัตว์ที่เกิดเป็น "เหยื่อ ซึ่งตรงกันข้ามกับ นักล่า" )

จำต้องมีความสามารถในการแพร่พันธุ์สูง...เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์



เทคนิคการผสมพันธุ์กระต่าย


การผสมกระต่ายให้นำตัวเมียไปหาตัวผู้  อย่านำตัวผู้ไปให้ตัวเมีย  เพราะจะทำให้กระต่ายตัวเมียตกใจและกัดตัวผู้ไม่ยอมให้ผสม  ถ้ากระต่ายตัวเมียพร้อมที่จะผสมและยินยอมการผสมจะสำเร็จในเวลาไม่ถึงนาที  แต่ในบางคราวตัวเมียค่อนข้างเล่นตัวไม่ยอมให้ตัวผู้ขึ้นทับโดยง่าย โดยเฉพาะกระต่ายสาวที่ผสมครั้งแรกอาจต้องใช้เวลานานขึ้น  การเกี้ยวพาเป็นเรื่องของกระต่ายตัวผู้เช่นการแกว่งหางและปัสสาวะ ถ้าการผสมไม่สำเร็จในเวลา 5 นาที ควรแยกตัวเมียพักชั่วคราวและพยายามใหม่ในวันต่อไป  ไม่ควรทิ้งกระต่ายตัวเมียไว้ในกรงร่วมกับตัวผู้ข้ามคืนเพราะอาจมีอันตรายจากการกัดกัน

"กระต่ายตัวเมียที่ยินยอมให้ตัวผู้ผสมจะแสดงอาการยกก้นพร้อมกับกระดกหางขึ้นเมื่อตัวผู้ขึ้นทับ " 
เมื่อผสมสำเร็จตัวผู้จะหล่นจากหลังตัวเมียทันที  ตัวผู้บางตัวจะส่งเสียงร้องและตบเท้ากับพื้นกรงและมีอาการกระตุกตามลำตัวและหัวซึ่งแสดงว่าการผสมสำเร็จแล้ว  ถ้าตรวจดูอวัยวะเพศตัวเมียจะพบน้ำอสุจิติดอยู่และถ้าในระยะ 8-10 ชั่วโมง  ถ้าตัวเมียขับปัสสาวะออกมาและชะล้างอสุจิออกหมดควรจะได้ผสมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งในระยะหลังนี้จะเป็นเวลากับที่ไข่ของตัวเมียจะตกจากรังไข่พอดี การผสมจะติดแน่น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.xn--72c2azblnq3c2a1h6dtb.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2/

WOW+++....ไม่ยากเท่าไรนะ !  หลังจากศึกษามาพอประมาณแล้ว  ถึงเวลาต้องจับคู่กระต่าย และ ลองผสมพันธุ์กระต่ายได้แล้ว    

     แนะนำพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์


" EGOR "  อีก้อ ( พ่อพันธุ์ )
กระต่ายยักษ์จากออสเตรีย..เพื่อนหิ้วมาฝาก  สายพันธุ์แท้จากยุโรปเชียว++Thank you








" COCO " โกโก้ ( แม่พันธุ์ )
กระต่ายยักษ์เกิดเมืองไทย...พ่อ - แม่ เป็นกระต่ายนำเข้า
สายพันธุ์แท้จากอเมริกา

ผลสำเร็จเป็นอย่างไร?..แล้วจะอัพเดทให้ฟังในตอนต่อๆไปครับ
ถ้าสำเร็จ...โกโก้ จะคลอดภายใน 30 วันนี้
ต้องคอยสังเกตุอาการให้ดี






1/3/59

นก=อิสระภาพ

Lovebird กับ อิสระภาพที่ฝันหา


ครอบครัว " ขวัญ - เรียม "
8.00 PM
เพิ่งได้ รังมะพร้าวมาจากกรุงเทพฯ..กะจะมาจัดบ้านให้ซะหน่อย
เผลอลืมปิดประตูกรง  ลูกๆนกทั้ง10 บินทะยานสู่อิสระภาพ  คงเหลือไว้แต่พ่อนก-แม่นกและน้องๆอีก 4 ตัว
15 นาทีต่อมา..น้องๆ 4 ตัวก็ตามกันออกไป พร้อมพ่อนก "ขวัญ"
9.00 PM
พ่อนก "ขวัญ" บินกลับมาที่กรงส่งเสียงเรียกถาม "เรียม" แม่นก..คาดว่าคงจะมาชวนกันไปเที่ยว " เขาใหญ่ " กับลูกๆทั้ง 14 ตัว  แต่แม่เรียมไม่ยอมออกไปไหน เราก็เลยเปิดประตูกรงทิ้งไว้ทั้งคืน เผื่อจะกลับมานอนรังกับแม่...หลังจากนั้นเราก็เข้านอน

เป็นห่วงนิดหน่อย..แต่เคยดูวิดีโอคนเลี้ยงนกLovebirdแบบปล่อยอิสระได้  ก็เลยคิดว่าคงไม่ไปไหนไกลหรอก  ตราบใดที่ "แม่เรียม" ยังไม่ไปไหน  พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน


เช้า 9 AM
ได้ยินเสียงนกร้องเจี้ยวจ้าวกัน
ออกมาดู...ปรากฏว่านกทุกตัว มารออาหารอยู่หน้าห้องนอนแล้ว ( คงหิวกัน และ คงไม่ได้ไปเที่ยวเขาใหญ่กันหรอก )  เราเลยไปจัดอาหารเช้าให้
2ชุดใหญ่
ชุดนึง..ทานริมระเบียง
และอีกชุด..ไว้ในกรงเหมือนเดิม

บรรยากาศแปลกดี..เหมือนในหนังการ์ตูนดิสนีย์ฯถ้ามีอีกสัก50ตัวคงดี
ใกล้เคียงบรรยากาศเสาชิงช้า
มีนกมาอยู่เป็นเพื่อน
Breakfast ทุกเช้า..คงอารมณ์ดีทุกวัน





อยู่กันได้เกือบเดือน..คงโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
เริ่มจับคู่กันและบางคู่คงแต่งเรือนหอเสร็จแล้ว
ได้ฤกษ์ย้ายออกกลับสู่อ้อมอกธรรมชาติ
"ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง"
ว่างๆก็แวะมาเยี่ยมกันบ้าง
Bye Bye Birds


" เจ้าบ้าน..เจ้าเรือน "



" ศาลพระภูมิ"," ความงมงาย "," ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ "



 ช่วงสักประมาณตี 2 ได้..เห็นผู้เฒ่าแก่มากๆ   เดินสำรวจที่ดินรอบๆบ้าน..ลักษณะผอมเกร็ง..ไว้หนวดยาว..ประมาณนึง    บางคืนก็เดินมาหาช่างที่แคมป์คนงาน..มาบอกว่า "อยากทานหัวหมู" 
และเทียวไปเทียวมาบอกในคืนต่อๆ อีกหลายคืน 

นั้นคือคำบอกเล่าของช่างที่นำมาเล่าให้  " ลุงมัน กับ ป้านาง " ฟัง
หลังจากนั้นอีกไม่กี่คืน..ป้านางก็ฝันเห็นผู้เฒ่าคนนี้อีก และนำความมาเล่าต่อให้เราฟัง 

ประนึงว่ากลัว , ไม่มั่นใจในชีวิต ฯลฯ  
" งานเข้าแล้วเรา "
เราเริ่มคิดว่าไอ้ช่างเนี่ย...มันต้องอยากกินหมูย่างที่ขายหน้าซอย  จนฝันเป็นตุเป็นตะทุกคืนแน่


หลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์  ได้มีโอกาสเจอ  ท่านอาจารย์ที่ไปทำพิธีศาลที่ภูเก็ต  เราก็ได้ถามไถ่ท่านอาจารย์   ได้ความว่า แถวๆ"บ้านไร่พอเพียง" มีเจ้าที่เป็นงูใหญ่ ( ไม่ยักจะใช่ชายแก่ คงแปลงร่างได้.. ) 
แต่เราไม่ได้บอกแกหรอกว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน

วันต่อมาเรากลับมาที่บ้านไร่..แวะสั่งอาหารหน้าซอย   ถามเจ้าของร้านอาหารว่า
ซื้อศาลที่ไหน , ศาลบูชาใคร , อะไร , ที่ไหน..ถามเป็นชุดเลย ?..แกบอกว่า

" เป็นศาลบูชาเจ้าที่..ซึ่งเป็นศาลงู  แถวพญาเย็นนี้สมัยก่อนเป็นดงงู "  

แต่เราไม่ได้บอกเจ้าของร้านเรื่องที่ท่านอาจารย์บอกหรอก  แต่แปลกใจในเรื่องที่มันบังเอิญฟังดูคล้ายๆกัน

ถึงบ้านเล่าให้ "ป้านาง" เจ้าของความฝันฟัง..แกยิ่งคล้อยตามใหญ่  ไม่เป็นอันจะทำอะไร! 
เรานอนพักสักคืนสักคืน ตื่นเช้ามาใจอ่อนบอกป้าไปว่าจะสร้างศาลพระภูมิให้ก็ได้

" ป้านาง และ ลุงมัน "  ดีใจกันยกใหญ่  แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อแม้ว่า 

" ถ้ามีศาลก็ต้องถวายอาหาร ดอกไม้ น้ำ..ทุกวันพระด้วยนะ  และที่สำคัญต้องเก็บไข่ไก่ที่บ้านถวายด้วย  และต้องขอให้เจ้าที่ดูแลไก่ไข่เราด้วย  ไม่ส่งงูเหลือมมานะ..เราจะได้มีไข่ถวายตลอดไง  ! "
เท่านั้นแหละ.. แกก็เป็นปลื้มจนสุดบรรยาย

ถามว่าเราเชื่อไหม ?..เราคิดว่าส่วนตัวแล้วจะเชื่อไม่เชื่อไม่รู้สินะ ( นึกไม่ออก ++ )
แต่รู้ว่านับถือพุทธศาสนานะ  แต่ไม่เคยเข้าวัดเข้าวา  ฟังธรรม  หรือ เวียนเทียนหรอก ฯลฯ
( ส่วนใหญ่ไปวัดพอเป็นพิธี..ส่วนใหญ่จะเป็นพิธีศพ...ซะมากกว่า )


ทำไงได้ !  คนเมืองสมัยใหม่ , เรียนสูง , ไม่เคยว่าง , ทำแต่งาน-ใช้แต่เงิน 
( เรียกว่านับถือศาสนา เงิน ดีกว่ามั๊ง..ขายหน้าจริง )

ถามว่าดึกๆกลัวมีใครมาหาไหม ?..บอกจริงๆว่าคงกลัวมั๊ง.! ( กลัวคนมากกว่าหน่อย ! ) 
แต่มันไม่เคยมีเกิดอะไรขึ้นหรอก   เพราะพอตกค่ำ...มึนนิดๆ  ก็หลับสบายทุกคืนแล้ว

ไม่เคยเปิดประตูให้ใครมาเข้าฝันหรอก..และเค้าคงรู้แหละว่าเราเป็นที่พึ่งไม่ได้หรอก ( ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย )


แต่ประเด็นมันไม่ใช้ที่เราหรอก
คนที่เขาต้องอยู่เฝ้าบ้านทุกวัน ทุกคืนมากกว่าที่ต้องการ  มันทำให้เขาสบายใจ  มั่นใจ
ชีวิตเราก็หมดปัญหาไปด้วย  สรุปฝันธง...ตั้งศาลก็ตั้ง 
( เห็นไหม..ยังไม่พอเพียงอยู่ดี )

พิธีตั้งศาล " บ้านไร่พอเพียง "


สรุปได้สักที..สมาชิก"บ้านไร่พอเพียง"



จากบนลงล่าง และ จากซ้ายไปขวา

  • แถวบนสุด = ตัวเราเอง , ป้านาง และ ลุงมัน ( คนท้องถิ่น ) , โกโก้
  • แถวกลาง = บัคกี้ , ดีโน่ , หมีน้อย
  • แถวล่าง = ลูกน้ำ , กิ๊บ และ ก๊าบ , ขวัญ เรียม และ ครอบครัว


ลุงมัน และ ป้านาง เป็นเจ้าบ้าน   ส่วนเรานั้นเป็นผู้สังเกตุการณ์ ,  ผู้ทดลอง และ จดบันทึกผลการทดลอง

หัวข้อ  " ชีวิตพอเพียงมีจริงหรือ ? "

ลุงมัน ดูแลพนักงานแจกจ่ายอาหาร และ ดูแลสุขภาพพนักงาน,ทดลองปลูกและดูแลสวนผักและไม้ผลต่างๆ ส่วน ป้านาง ดูแลความสะอาดส่วนบ้านพัก และ ดูแลกระต่ายยักษ์

" จะว่าไป..ทุกชีวิตที่นี่คือ หนูทดลอง รวมทั้งตัวเราด้วยแหละ "

พนักงานแผนกต่างๆ

  • ด้านความปลอดภัย...ห่าน " กิ๊บและก๊าบ "   เฝ้าระวังงู และ ลาดตระเวนรอบคอกไก่ไข่ นอกจากนี้ก็มีสุนัข " หมีน้อย , ลูกน้ำ , ข้าวปุ้น "   ดูแลพื้นที่บริเวณบ้านพัก , สวนกระต่าย และ รอบๆบ้าน
  • ด้านอาหารการกิน...ฝูงไก่ไข่ 20 ตัว  มีหน้าที่ผลิตอาหารไข่ออแกนิค
  • ด้านการเงิน...กระต่ายยักษ์   มีหน้าที่ผลิตลูก หลาน เข้าตลาดสัตว์เลี้ยงน่ารัก
  • ด้านบันเทิง...นก " ขวัญกับเรียม "  มีหน้าขับร้องเสียงประสานให้ความเพลิดเพลิน
ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพนะ

ปัญหา"การสื่อสาร"
คนเราเกิดมาพร้อมกับคำว่า " ทุกข์ " ถ้วนหน้า
ยิ่งเรียนมาก ( 10 - 25 ปี / 1 ชาติ )
ยิ่งรู้มาก...อิสระภาพลดลงๆเรื่อยๆ...กรอบ กฎเกณฑ์ ต่างๆ...ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายทั้งชีวิตดิ้นกันไปเพื่อให้หลุดจากบ่วงอะไรก็ไม่รู้...ที่ถูกสอนกันมานี้แหละ++

" เพื่อความอยู่รอดมั๊ง "

เราคือมนุษย์กล่อง..ชีวิตอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมรูปทรงเรขาคณิตที่เราคิดว่าสวยมาตลอด
ไม่ได้ซาบซึ้งธรรมชาติใดๆหรอก
ชีวิตแข็งกระด้างของเรา...ได้แต่ชื่นชม  อิฐ หิน ปูน ทราย อะไรเทือกนี้
ทำอะไรก็ต้องรวดเร็วเข้าเป้า..ปิดงาน..ออกรอบ..เที่ยว..ดริงค์ ฯลฯ
( ชีวิต..การใช้สมองเนี่ยมันช่างเหนื่อยจริง )
พอมาอยู่นี่ก็ติดนิสัยเดิม..สั่ง ๆ ๆ อยู่สักสองสามวันก็กลับกรุงเทพฯ
มาอีกครั้งก็หวังจะมาดูผลงาน  ความคืบหน้า  ตามนโยบายที่เราให้ไว้

ผ่านมาเกือบเดือนถึงจะเริ่มเข้าใจ !
เราฝากงานมากมายไว้หนึ่งถึงห้ารายการเป็นอย่างน้อย  มาอีกครั้ง ทำไมมันเสร็จแค่สองรายการ
เราก็เริ่ม  "งงปนหงุดหงิด "  ตามนิสัยผู้บริหารชั้นนำ

คืนนึงมีโอกาสดีเชิญ "ลุงมัน" แกมานั่งดริงค์เปิดใจคุยกัน  ได้ความว่าแกเป็นคนเขมร..แกฟังเราพูดไม่รู้เรื่องหรอกเพราะเราพูดเร็ว  ไทยคำ...อังกฤษสามคำ  ตามสไตล์คนกรุงเทพฯที่นิยมกัน
แล้วแกก็มักจะตอบเราว่า  "คับ ๆ ๆ ๆ"  มาตลอดด้วยความเคยชินเหมือนกัน
เราเลยเปลี่ยนแนวไปสนทนากับ "ป้านาง" แทนที่...ได้ความต่อว่า 

" ลุงแกฟังและพูดไทยได้นิดหน่อย  ส่วนเรื่องอ่าน..เขียน ไม่ต้องพูดถึงเลย "

 ไอ้เราก็เริ่มเครียดขึ้นมาทันทีเพราะเคยฝากให้ใส่ปุ๋ยตัวนู้นนี้ , ให้ยากระต่ายเท่านี้เท่านั้น ! 
" เฮ้ย ! มันจะรอดไหมเนี่ย ? "
แต่โชคดีที่แกไม่ได้ทำหรอก เพราะแกฟังไม่รู้เรื่อง..รอดตัวไปครั้ง..โอเค หันไปพึ่ง " ป้านาง " ดีกว่า
แกว่าแกจบ ป4 พออ่านออกแต่เขียนได้นิดหน่อย..เยี่ยม! แต่ปัญหาก็คือ
ความจำแกเสื่อม..จำอะไรไม่ได้เลย
เพราะสั่งปุ๊บ  แกจะทำปั๊บ...เราเคยบอกว่า " แดดร่มแล้วค่อยทำก็ได้ "
ไม่เคยเอะใจใดๆ คิดในใจนะว่า  " เอ่อ..ขยันดีนะ " 

ที่จริงแกกลัวลืม..ก็เลยรีบทำเท่าที่จำได้ ( ไม่จดบันทึกหรอก )

ถ้าเรากลับ แกไม่รู้จำถามใครก็เลยไม่ทำดีกว่า
โทรศัพท์แกก็ไม่ค่อยใช้ ...ถึงใช้พูดกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอีก
เหมือนเราพูดอยู่คนเดียว..แกจะไม่ตอบอะไรเลยรู้สึกเหมือนสายหลุดตลอด 
( แหมจะขานว่า ครับ ... คะ  เป็นระยะๆบ้าง ก็ได้นะ + )

WOW ! ...นี้คือปัญหาผู้บริหารระดับสูงจริงๆเนี้ย  "ทำไงดีวะ?" ไม่มีลูกน้องมาต่อยอดด้วย
" ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน " อีกครั้งหนึ่ง

แต่หลังจากผ่านศึก  งานช่างสิบหมู่..จนกระทั่งบ้านหลังนี้เสร็จได้..สภาพจิตมันแข็งแกร่งขึ้นเยอะ
เข้าใจโลก..รู้จักคำว่า " ปล่อยวาง "  หรือ " ปลง " เหมือนกันไหมเนี่ย ?
พัฒนาจิตใจสูงขึ้นอีกระดับแล้ว ( ดีใจมาก ) , ไม่โกรธแล้ว-เข้าใจแล้ว
ต่อไปนี้จะพยายามเข้าใจให้เร็วกว่านี้ , ปรับตัวและสนุกกับปัญหาใหม่ๆ ( หลอกตัวเองหรือเนี๊ย ++ )

ขนาดคุยกับกระต่ายยังรู้เรื่อง...กะอีแค่คนเขมร...ขนม ๆ 

หลังจากเสวนาเสร็จก็สรุปแนวทางการดำเนินการใหม่ดังนี้..เราจะมาบ่อยขึ้น และ ค่อยๆเรียนรู้เรื่องต่างๆไปด้วย..แต่ " ลุงมัน " ต้องสอนภาษาเขมรผม..( ไม่ยอมขาดทุนหรอก..คนกรุงเทพฯนี่ ) เผื่อวันหลังจะได้ใช้ภาษาเขมรเป็นบ้าง..หลังเปิด AEC ( มองการณ์ไกลอีกต่างหาก..ไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย )

บทเรียนแรก"ทักทายกันแบบ เขมรๆ"
เข้าใจบ้างไหมเนี่ย ?


ข้อสังเกตุ  
ดูแกสองคนก็มีความสุขดีนะ..แต่ติดอยู่ที่ปัญหาสุขภาพพื้นฐาน ที่ดูจะทำให้แกทุกข์ร้อน เพราะสวัสดิการแบบไทยๆมั๊ง
การที่เรียนมาน้อยก็เลยไม่ถูกโปรแกรมว่า"อะไรอร่อย ไม่อร่อย , อะไรดี  ไม่ดี..ฯลฯ " ก็เลยมีความสุขมั๊ง เพราะไม่มีการเปรียบเทียบอะไร ใดๆ   ก็เลยไม่ดิ้นรนมาก
( ถ้าลองให้ทานอะไรแพงๆ..คงเปลี่ยนไปแหละ )
ขนาดกระต่ายมันยังรับรู้ได้เลย..เคยซื้ออาหารนอกให้กินตลอด  พอมาอยู่ต่างจังหวัด
แรกๆให้กินหญ้าท้องถิ่น...ก็ทำเมินกัน ++   แต่สุดท้าย  หิวก็ต้องกิน..อร่อยไปเองแหละ ( ทั้งสด..ไร้สารกันบูดแน่นอน )  ปัจจุบันลองให้อาหารนอก..ก็ไม่สนแล้วละ ++


29/2/59

เริ่มชีวิต..ชาวสวน ?

คิดยังไง ?

ช่วงที่ผ่านมาก็ลองมาอยู่แล้ว  แต่มันก็ยังไม่ใช่ของจริง เพราะอยู่ไป..เก็บงานไป..มีช่างอยู่เป็นเพื่อนทุกคืน...เหมือนมาแคมป์ปิ้ง , ปิคนิคมากกว่า...ตกเย็นก็ดริงค์ๆๆ   มึนก็นอน   กลางวันก็จัดซื้อหาข้าวของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่จำเป็น..ในการทำประมงบ้าง  ทำสวนบ้าง  เช่น ปุ๋ย , ดิน , หญ้า , เมล็ดผักสลัด , อาหารไก่ , อาหารปลา ...ฯลฯ มีให้ซื้อได้ทุกวันไม่จบสิ้น

ปลาที่ปล่อยไว้ช่วงฝนที่แล้วก็โตพอประมาณแล้ว   แต่จำไม่ได้แล้วว่า  ปล่อยปลายี่ฮ้ออะไรไปบ้าง..ค่อนข้างมั่วนะ  ( แล้วแต่อารมณ์ )  เพราะมาทีไรก็แวะซื้อปลาที่บ่อตกปลา..ตรงข้าม ม.กรุงเทพ รังสิต มาปล่อยทุกที

มี อยู่ครั้งนึง..เห็นลูกปลาอะไรไม่รู้  สีสวยดี  ออกเทา , สัม ,ชมพู ซื้อเลย ! ( แบบว่ารักสวยรักงาม  ชอบปลาสีสวย  ลืมไป...ว่าเลี้ยงในบ่อดิน..( " มันจะมองเห็นไหมละ?...น้ำนี้  ขุ่นเชียว"  )

สุดท้ายพอมันโตขึ้นเริ่มเห็นหุ่นชัดเจน  พวกช่างทำหน้าตกใจมาก  เค้าว่า " เฮ้ย...จาระเม็ดนี่หว่า ...ใครเขาเลี้ยงกัน !... มันเป็น ปลาพิรันย่าไทย  ".. เป็นปลาที่ดุมาก  และ เป็นปลากินเนื้อ กินปลาด้วยกันนะ...ประมาณว่ากินทุกอย่างที่ขวางหน้า...ไอ้เราก็นึกว่าเลี้ยงไว้จะได้ทำเต๋าเต้ย...จาระเม็ดนึ่ง...ทานซะหน่อย
สุดท้ายก็ต้องเกณฑ์อาสาสมัครมาไล่ล่าให้หมด ( ไม่รู้ออกลูกออกหลานกันไปเท่าไรแล้ว ? )

สวยไหม..ลูกๆจาระเม็ดน้ำจืด..ตัวแม่โตเกือบสิบนิ้วแล้ว (ขนาดพอดีจาน)


สรุปว่าวันแรกจับได้นิดหน่อย...พรุ่งนี้ต้องลองกันใหม่  ขนาดมืออาชีพมาเองนะเนี่ย!
เห็นพวกช่างทำอาหารกันแล้วก็ทึ่งมาก  พวกนี้หากินได้ทุกอย่างทั้งในรั้ว นอกรั้ว...ไม่ว่าจะเป็น กระต่ายป่า , หนูนา , นกป่า , งูป่า , ไก่ป่า..ฯลฯ  ส่วนใหญ่ทำอาหารเก่งกันทุกคนด้วย  ไอ้เราอยู่มาหลายเดือน ไปๆ มาๆ ยังไม่เคยทำอาหารเลย นอกจาก ไข่ต้ม , ไข่ดาว , ไข่เจียว และ ไข่ลวก ( เพราะไก่ขยันออกไข่วันละ สิบกว่าฟอง..ต้องอุดหนุนหน่อย )

ถ้าช่างพวกนี้ไม่มา...เราก็คงไม่ได้กินปลาหรอก...ส่วนใหญ่ก็...บะหมี่มาม่า ( ง่ายดี ) หรือไม่ก็ไปกินข้างนอกแทน...ไว้ว่างๆก่อนแล้วจะหัด ( ไม่ถนัดงานเคี้ยว...ถนัดแต่งานดื่ม...เลยไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องกินเท่าไรนัก !

" Survivor game " part 1...Catching the fish



  ช่วงแรกที่มาอยู่นี้ก็ใกล้หมดหนาวแล้ว  เริ่มเข้าหน้าร้อนแล้ว...เริ่มเตรียมปลูกผักสลัดหลายๆชนิด ( อันนี้น่าสน...เก็บกินง่ายหน่อย )  ใช้แนวความคิดเดิม...มั่วสุ่มไปก่อนเลย  ไปซื้อเมล็ดผักต่างๆที่ชอบที่ตลาด ไปขอขี้วัวชาวบ้านบ้าง ขอซื้อบ้าง.. เอาไว้ผสมดิน  นอกจากนี้ก็ทำน้ำหมัก EM เก็บไว้ 1 ถัง ,  อีก 1 ถังหมักสะเดา , พริก ไว้ฉีดกันแมลงต่างๆ ( จำเขามา )







ดินปลูกต้นไม้...ใช้ดินถมที่
หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป

ผสมขี้ว้ว...คลุกให้เข้ากับดิน 

และ  รดน้ำหมักEM แล้วทิ้งไว้สักอาทิตย์นึง


 หยอดเมล็ดแบบเว้นระยะบ้าง
และแบบโรยไปทั่วบ้าง..เปลืองหน่อย
   เปรียบเทียบกัน 2 แนว
การเพาะต้นกล้าก่อน
 แล้วค่อยย้ายลงแปลง
ต้องใช้  2 ขั้นตอน

ถ้าเค้าขึ้นมาแน่นไป เราค่อยถอนบางต้นให้..ไม่แน่นไป (เอาต้นเล็กไปให้กระต่ายกินรอบแรกก่อน )
หลังจากนั้นก็เอาฟางมาคลุมและรดน้ำ...ทุกวัน และ รอ ๆ ๆ





ผลที่ได้ก็น่าพอใจระดับสมัครเล่นนะ
ได้ผักใบไม่ใหญ่นัก และ ผักบางประเภทมีแมลงกินใบ
 บางประเภทก็ไม่เป็นไร...งงจริง!  เดี๋ยวต้องจดบันทึก และลองอีกที..รอบ 2















27/2/59

14 กุมภา 2557..ย้ายเข้า ( เป็นทางการ )

วันนี้แหละ...ฤกษ์ดี
14 กุมภา...วันแห่งความรัก

" ชีวิตชาวสวนเริ่มต้นแล้ว ? "

ที่จริงก็...ไปๆมาๆอยู่ทุกอาทิตย์...งานไม่เสร็จดีนัก  ส่วนใหญ่เป็นงานจัดสวนต่างๆ  ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้  ต่างๆ นาๆ ฯลฯ...พวกสมาชิกที่เหลือย้ายมาหมดแล้ว  คนดูแลบ้านย้ายมาก่อนหน้านี้แล้ว  กำลังหัดเลี้ยงเหล่าสัตว์ประหลาดต่างๆ ( Exotic animal )   ส่วนเรา กับ ครอบครัว ก็ซื้อๆๆๆ...ต้นไม้มาลงกันทุกอาทิตย์

95 วันที่ผ่านมา +++

ลูกๆมาช่วยกันปลูกต้นไม้ , ลงหญ้า ปูบล็อกพื้น , เก็บไข่ไก่ , เลี้ยงปลา , ทำอะไรต่อมิอะไร...
เริ่มได้กลิ่นไอ " ชาวสวน " แล้วละ! 

ทั้งร้อน และเหนื่อยจริงๆ...ไอ้แค่แบกไม้แผ่น  ตอกตะปู  เจาะสว่าน  ทำทางเดินไม้  ให้ห่านลงเล่นน้ำ 
( ปล่อยจากคอกหลายวันแล้ว...ก็ไม่ยอมลงสระสักที..ไม่รู้ ?   เป็นเดือดเป็นร้อนแทนมัน..ทำไม? )

เกิดมาได้แต่สั่งเขา..ชี้นิ้วสั่งคนนี้ คนน้ัน ทำนู้น ทำนี่ ! 
รู้แล้วว่า..ไอ้การสั่งลูกน้องแก้งานใดๆ มันช่างกินทั้งแรงงาน,งบประมาณและกำลังใจมากจริงๆ
นึกสมน้ำหน้าตัวเองแท้...กรรม !

แต่รู้ไหม ?  อะไรที่เป็นความสุข ?...เมื่อได้ทำกิจกรรมกับลูกๆ...ไม่เห็นเค้าบ่นอะไรเลย...คงจะสนุกมั๊ง ?

การได้ทำอะไรๆกับลูกๆ ในสิ่งที่ เราต่างก็ไม่เคยมีประสพการณ์มาก่อน...มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกัน...และได้ช่วยกันทำงานเป็นทีมมากกว่า...และเด็กทุกคนก็อยากมีอิสระทางความคิด...เหมือนกับเราๆทุกคนแหละ

เห็นเขาคิด...แก้ปัญหา...และมีส่วนร่วมได้...เราก็วางใจว่า 

"  ต่อไปเขาเอาตัวรอดเองได้แน่ !

อีกอย่างนึง...สักวันเค้าก็ต้องมาดุแลต้นไม้ที่เค้าปลูกไว้...เวลามันออกดอกออกผล

 ( เด็กๆไฮเทค..ยุคนี้ควรมีโอกาสได้ใช้ชีวิตกลางแจ้งและได้สัมผัสธรรมชาติให้มากที่สุด..)


14 กุมภา 2557

ต้นไม้ประดับ ,  ไม้ผล ,  สวนครัว  ลงได้พอประมาณแล้วละ...สรุปงานที่เหลือ

" งานปลูกผักออแกนิค ! และ การทดลองผสมพันธุ์กระต่ายยักษ์  "



ผลประกอบการ...รอบแรก

ต้นไม้ตกแต่งบังแดด บังฝนเล็กน้อย ผู้รับเหมา " ชำนาญ "จัดเต็ม
ไม่ทราบว่าไปล้อมมาจากไหน ?  หวังว่าคงไม่ได้ไปล้อมมาจาก "เขาใหญ่ " 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลองปลูก..ลองผิดลองถูก-สุ่ม4สุ่ม5 ไปก่อน
แล้วค่อยว่ากันอีกที



ผักสวนครัว..รั้วกินได้

มันก็ไม่ยากเท่าไรนะ...ส่วนใหญ่มันก็ขึ้นงามดี
ปัญหามันอยู่ที่...ปลูกเกินพอ...กินไม่ทัน...ยังไม่เข้าใจช่วงอายุเขาสักเท่าไร !
ส่วนใหญ่เวลาว่างแวะเข้าไป..ก็มักจะแก่เกินไปทุกที
เสร็จกัน..กลายเป็นอาหารกระต่ายหมด


ก็ยังดีที่ปลูกขึ้น..รอบหน้าค่อยวางแผนบริหารจัดการกันใหม่











กระต่ายยักษ์


BUCKY , COCO , DINO
" The Story of  Flemish Giant Rabbit "

" Bucky "
" Coco "
" Dino "
French Lop



กระต่ายเล่นซ่อนหา


อพยพ..วันโลกแตก


ข้าวของเยอะมาก ทั้งคนและสัตว์

โลกใกล้แตกแล้ว..วันนี้ต้องอพยพนก 17 ตัว , กระต่ายยักษ์ 3 ตัว และ กระต่ายแคระ 2 ตัว พร้อมกรง , อาหารสัตว์ และอุปกรณ์อีกมากขึ้นเหนือมุ่งสู่ " บ้านไร่พอเพียง " ลำพังจะจับนก 17 ตัวแยกลงกล่องทีละตัวก็สาหัสแล้ว...เอาไงเอากัน!  ค่อยๆจับ  ค่อยๆขน ใจเย็นๆ...ตั้งใจแล้ว...ก็ต้องทำให้ได้ตามแผน !
( หวังว่าที่ไร่คงจะจัดที่จัดทางเรียบร้อยแล้ว )























    ออกจากกรุงเทพฯก็บ่ายแล้ว  หิวก็หิว  แวะกลางทางก็ไม่ได้ , แดดเปลี้ยง...เดี๋ยวเย็นนี้ได้กิน กระต่าย แกล้ม นกย่าง  แน่นอน !... ซัดไป 3 ชั่วโมง... ขับแบบช้ามาก   กลัวผู้โดยสารเมารถ ... สุดท้ายก็ถึงโดยสวัสดิภาพ    ผู้โดยสารทุกท่านเช็คอินด้วยความเรียบร้อย

REVIEW ห้องพัก " บ้านไร่พอเพียง "

ห้องพัก Family Suite

-  ขนาด 3ย x 2ก x 3ส เมตร
-  พักได้ 30 ตัว ( เต็มที่ )

อาหารเช้า

-  Mallet  หรือ เมล็ดทานตะวัน
-  ข้าวโพดดิบ หรือ ขนมปัง

อาหารเย็น

-  หญ้าขน
-  ใบกะเพรา
-  ต้นตะไคร้







พ้องพักสไตล์ Hostel 

มี 8 ห้องนอน
-  ขนาด 1.05ย x 0.60ก x 0.60ส เมตร
-  พักได้ 1 ตัว

อาหารเช้า
-  อาหารเม็ด
-  หญ้าแห้ง  Alfalfa  หรือ  Timothy

อาหารเย็น
-  หญ้าขน , ใบกะเพรา , ข้าวโพดดิบ

อาหารว่าง
-  ผัก , ผลไม้ ตามฤดูกาล


GUEST  REVIEW 1
" ขวัญ - เรียม "

นก Lovebird คู่แรกที่เริ่มเลี้ยงมาปีกว่าได้..ซื้อมาก็เพราะอยากได้ยินเสียงนกร้องตอนเช้า..เบื่อเสียงรถTaxi ที่วิ่งไปมารับคนในซอยตอนเช้าๆ..แล้วก็ชอบมาจอดขวางทางออกหน้าประตูบ้าน...ว่าแต่น้ำเสียง
 " ขวัญ - เรียม " ( ไม่ใช่ระดับ DIVA เลย )  ถ้าให้ร้องคาราโอเกะคลอกับเพลง..พอทน + 
อยู่ไปซักพักเริ่มออกไข่ มีลูกมีหลานไม่หยุด จาก 2 ตัว..ตอนนี้ 10 กว่าตัวแล้ว  ต้องสร้างกรงใหม่อีกแล้ว
(ลองนึกถึงวง Chorus ชมรม-กลีคลับ..โรงเรียนอนุบาล ที่เพิ่งหัดซ้อมทุกเช้า..อารมณ์ประมาณนั้น )

นกLovebirdเป็นนกรักเดียวใจเดียว  ชอบอยู่เป็นคู่...สายพันธุ์นกแก้วที่มีขนาดเล็กแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
แบบไม่มีขอบตา และ แบบมีขอบตา ( "ขวัญ- เรียม" ) ต้นตระกูลเป็นนกแอฟริกา สีสรรหลากหลายมาก แต่นกเราแบบเบสิคมาก  ราคาถูกหน่อย  บางสีราคาเป็นหมื่นเชียว...อายุเฉลี่ย 15 - 20 ปี 
สามารถเพาะพันธุ์ได้ตลอดปี 
แอบดู ลูกๆ  " ขวัญ-เรียม "
GUEST  REVIEW 2

" บัคกี้ - โกโก้ - ดีโน่ "
วันนีง...นานมากแล้ว...ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนที่ " เจเจพลาซ่า " ไปเห็นกระต่ายคู่นึง...ตกใจมาก
กระต่ายอะไรเนี่ย  ตัวใหญ่มาก  ขนาดพอๆกับเจ้า  French Bulldog ที่บ้านเลย...เชื่องอีกต่างหาก! กลับถึงบ้าน..เข้าเน็ตดูยูทูป..อ่านเรื่องเกี่ยวกับหมอเนี่ย..ทึ่ง..อึ่งไปเลย..
ความหลุ่มหลง เกิดเป็นกิเลศ เข้าไปกระทบใจ...ยังไงต้องไปหามาเลี้ยงให้ได้ !

สุดท้ายต้องไปอิมพอร์ตพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่ชนะประกวดมาจาก USA.. " เฮ้อ "

เลี้ยงไปสักพัก..ก็มีความสุขดี..ไม่วุ่นวาย..น้ำก็ไม่ต้องอาบให้..อึก็ไม่เหม็น...ไม่ขี้บ่น , ช่างเจรจา , ช่างวิพากษ์วิจารณ์ ใดๆ  ช่างเป็นสัตว์ที่สงบเสงี่ยมดีแท้ 
แต่ไอ้ความที่ไม่พูดไม่ออกเสียง " แอบบี้  " แม่พันธุ์  พอคลอดลูกเสร็จ
ก็ป่วยและก็จากไป เหลือทายาทไว้ให้ 1 ตัว " โกโก้ " ลูกน้อย-ตัวเมียรอดอยู่ตัวเดียว ซึ่งเราต้องดูแลเองตั้งแต่อายุเพียงอาทิตย์เดียว

สรุป - มีกระต่ายกรุงอพยพเข้าป่าไปอยู่ไร่ 3 ตัว.. " บัคกี้ (พ่อ) , โกโก้ (ลูก) 
และดีโน่ (เพื่อนสนิท กระต่ายพันธุ์ French Lop) 


บ้านใหม่-อากาศดีกว่าอยู่กรุงเทพฯเยอะ-เดี๋ยวจะปลูกแครอทให้กินทุกวัน






25/2/59

ห่าน..หายไปไหน?


วันนี้..วันส่งมอบไก่ไข่ 20 ตัวและห่าน 1 คู่
มัวแต่วุ่นวาย  กับการต้อนไก่ 20 ตัวเข้าคอก   ไม่ทันสังเกตุว่าคนขายเค้าปล่อยห่านไปก่อนแล้ว
เผลอแปล็บเดียวเจ้าห่านคู่  ก็วิ่งลงน้ำว่ายไปขึ้นอีกฝั่ง...แล้วเดินดุ่ยๆกันออกนอกรั้วเฉยเลย
( รู้ด้วยว่ารั้วตรงไหนพัง !  คงนึกว่าเจ้าของพามาแคมป์ปิ้งหรือไง ? )..ทั้งคนขาย , เราและลูก ก็ออกตามล่าทันที   ห่านทั้งคู่ เดินตรงรี่ขึ้นเขาอย่างชำนาญ   

ชั่วโมงผ่านไป..ตามกลับมาได้ตัวเดียว " เจ้าก๊าบ " (ตั้งชื่อภายหลัง)   ส่วน " เจ้ากิ๊บ " ขึ้นไปร้องประกาศชัยชนะ  ในการพิชิตยอดเขาลูกนี้สำเร็จ...ไอ้เรากับคนขายชักเริ่มท้อแล้วละ!  เวลาก็ปาเข้าไปบ่าย 4 โมงแล้ว  (ให้เวลาเจ้าของตามจับอีกสักพัก )  ระหว่างรอ...กลับบ้านไปช่วยกันทำคอกชั่วคราวขัง " เจ้าก๊าบ " ไว้ก่อน
เอ"เอาไงดี"?..เราไปดักกันคนละมุมเขาดีกว่า  เผื่อจะลงจากเขามาแล้ว !

ในใจเริ่มคิดว่าถ้าไม่ลงมาตอนนี้
พรุ่งนี้ได้กลายเป็นห่านพะโล้   แขวนอย่างเท่ห์อยู่ร้านอาหารหน้าซอยแน่.. 

สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น!  งั้นกลับไปรอที่บ้านก็แล้วกัน  (ไอเดีย บรรเจิด )..บอกชาวบ้านแถวนั้นไว้ดีกว่า..ต้องประกาศนำจับ (เพิ่มค่าหัวสักหน่อย +)

นึกถึงคำ "ลุงแกละ"  เพื่อนบ้านขึ้นมาทันที  เคยปรึกษาแกเรื่อง "การเลี้ยงห่าน"
แกว่า   " คนแถวนี้เค้าไม่เลี้ยงห่านกันหรอก..จะเลี้ยงห่านได้มันต้องมีบารมี "

    ++เราคิดในใจ..อะไรกันนักหนากะอีแค่แค่ห่านเนี้ยนะ++

แต่ตอนจ่ายเงิน  เริ่มเข้าใจละ..ไอ้ความใจร้อน + รีบสั่ง...โดยไม่ถามราคาก่อน..นึกว่าเทียบกับราคาไก่ไข่รุ่นที่ตกตัวละ 250 บาท...ห่านมันจะเท่าไรกัน ?( ขนาดห่านพะโล้ท่าดินแดง...เคยซื้อแบบ Ready to eat อย่างมากก็ตัวละ 800-1000 บาท...พร้อมน้ำจิ้มต่างหาก...เท่าที่จำได้นะ ! )

ที่ไหนได้..ห่านพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เนี่ย ตัวประมาณ 2พันถึง5พันเชียวนะ
( เริ่มเข้าใจคำพูดลุงแกละแล้วว่าทำไม?..คนแถวนี้เขาไม่เลี้ยงกันหรอก!  )

กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า  กินข้าวเย็น...เตรียมทำใจได้แล้ว !

ได้เวลา 4 ทุ่ม...เริ่มได้ยินเสียง  "เจ้าก๊าบ" ร้องเรียกแฟน "เจ้ากิ๊บ" 

คงเป็นห่วงว่าอยู่บนเขามีอะไรกินไหม ?..และแล้วก็ได้ยินเสียงร้องตอบมาจากยอดเขาเป็นระยะๆ..ทำเอาเรานอนไม่หลับทั้งคืน..จนกระทั่งราวตีสามตีสี่ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นแสดงว่า "เจ้ากิ๊บ" ลงมาจากเขาแล้วละ (คงจะหิวโซ)  เราก็เริ่มวิตกอีกว่าจะต้อนจับกันอีท่าไหน ! ตัวเล็กซะที่ไหน...ท่าจะดุเอาเรื่องอยู่นะ !
แต่สุดท้าย..ชีวิตนี้ยังพอมีโชคบ้าง..ไอ้บารมีคงไม่มีจริงหรอก !

ชาวบ้านแถวนั้นเขาจับมาให้แล้ว  นำมาแลกรางวัลเป็นเบียร์ 6 แพ็ค...เป็นอันปิดคดี

จะว่าไปชาวบ้านแถวนี้เขาก็ธัมมะธัมโมอยู่นะ.. ปกติเค้าไม่ลักขโมยสัตว์เลี้ยงกันหรอก
( ยกเว้นพวกติดยา..ที่มีอยู่ทุกหนแห่งในโลกแหละ )

ขนาดไก่เดินชนกันเต็มซอย...เค้ายังรู้เลยว่าตัวไหนเป็นไก่ของใคร..ของใคร ?  ไก่พวกนี้...สังสรรค์กันเสร็จ   ตกเย็นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน   บ้านใครบ้านมัน..?


ห่าน "กิ๊บและก๊าบ"
สายพันธุ์ " Chinese white "

เค้าว่ากันว่าเลี้ยงห่านไว้เฝ้าบ้านได้..และถ้าเลี้ยงห่านแล้วจะไม่มีงู..แล้วมาดูกันว่าจริงไหม ?